การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 33 "ปารีสเกมส์ 2024" ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันอย่าบริเวณแม่น้ำแซน กลางกรุงปารีส ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กีฬาโอลิมปิก จัดพิธีเปิดนอกสนามกีฬา โดยมี 206 ชาติเข้าร่วม ขบวนจะเริ่มล่องเรือจากสะพานปงต์ดูสแตลิตซ์ ไปสิ้นสุดที่ จนถึงสะพานปงดีเลน่า
เปิดมาด้วยภาพยนตร์ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกอยู่ในภาพยนตร์เปิดตัวถือคบเพลิง ก่อนส่งต่อให้เด็กน้อย 3 คน ที่ถือคบเพลิงผจญภัยไปบนถนนคู่ไปกับขบวนพาเหรดนักกีฬา โดยมี เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และโธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มาร่วมในพิธีเปิด และมีวอลเตอร์เจ็ต น้ำพุสีของธงชาติฝรั่งเศสตระการตา
ขบวนพาเหรดนักกีฬานำมาโดยกรีซ ตามธรรมเนียมโอลิมปิก จากทั้งหมด 206 ชาติต่อด้วยนักกีฬาโอลิมปิกผู้ลี้ภัย ซึ่งขบวนนักกีฬาที่มาบนเรือมากกว่า 85 ลำ จะทยอยมาเป็นชุดๆ และนักกีฬาจะคละกันในแต่ละลำ
การแสดงมีทั้งหมด 12 จุด ที่ขบวนเรือแล่นผ่าน โดยชุดแรกเป็น เลดี้ กากา (Lady Gaga) นักร้องชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด, ลูกโลกทองคำและ 12 รางวัลแกรมมี แสดงเปิดด้วย "คาบาเรต์" การแสดงที่มีรูปแบบอันโด่งดังของฝรั่งเศส
ส่วนการแสดงชุดที่ 2 เป็นการแสดงชุดบูรณะวิหารนอเทรอดาม และขั้นตอนการทำเหรียญโอลิมปิก 2014 ที่มีลักษณะหกเหลี่ยมครั้งนี้ ที่มีจำนวน 5,084 เหรียญ
การแสดงชุดที่ 3 เป็นชุดแห่งเสรีภาพ ที่แสดงในโรงละคร ที่นำไปสู่การปฏิวัติฝรั่งเศส
โดยระหว่างการเคลื่อนขบวนพาเหรดของนักกีฬา และการแสดง ได้ปรากฎภาพ ชายถือคบเพลิงปกคลุมหน้าตา ที่ยังไม่เปิดเผยตัวตน
ขณะเดียวกันยังมีภาพของ "คนค่อมแห่งนอเทรอดาม" ตัวละครในวรรณกรรมอันโด่งดังของฝรั่งเศสด้วย
อายา นากามูระ (Aya Nakamura) ศิลปินสาวระดับซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศส-มาลี ร่วมแสดงในพิธีเปิดครั้งนี้
"ผู้ถือคบเพลิงปริศนา" กับภาพ "โมนาลิซ่า" ที่หายไป
ในยุคแรกที่ภาพยนตร์กำเนิดในโลก ฝรั่งเศสถือว่าเป็น "มหาอำนาจ" ในการผลิตและส่งออกภาพยนตร์ของโลก ก่อนที่การแสดงจะตัดไปที่ "มินเนี่ยน" การ์ตูนอนิเมชั่นชื่อดัง เพื่อสะท้อนถึงพัฒนาการในวงการภาพยนตร์
การนำเสนอในช่วงนี้ ก็ปรากฎให้เห็นด้วยว่า ภาพโมนาลิซ่าที่หายไปในตอนต้น มาอยู่กับ "มินเนี่ยน" นั่นเอง
ต่อมา มีการนำเสนอ การแสดงให้เห็นถึงบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส ที่มีบทบาทต่อประเทศและต่อโลกในแต่ละยุค
การแสดงในชุดที่ 8 Festivity ที่มี นักร้อง ดีเจ รวมถึง ดีไซเนอร์ รุ่นใหม่มาประชันในชุดหลากสีสัน นำเสนอความหลากหลาย ความแตกต่าง ของ LGBT โดยใช้สะพานเป็นแคทวอล์คเดินแบบ
ทัพนักกีฬาไทย มาในลำดับที่ 184 จาก 206 ชาติ มีนักกีฬาทั้งหมด 25 คน และเจ้าหน้าที่อีก 6 คน รวม 31 คน มี "บิว" ภูริพล บุญสอน นักกรีฑา และ "เอสที" วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเก็ตบอร์ดหญิงวัย 12 ปี มีผู้ถือธงนำทัพขบวน
ทัพนักกีฬาสหรัฐอเมริกา เจ้าเหรียญทองครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ส่งนักกีฬามากที่สุด 592 คน มี เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอล และ โคโค่ กอฟฟ์ นักกีฬาเทนนิส เป็นผู้ถือธง
และ เรือของเจ้าภาพฝรั่งเศส นักกีฬาเข้ามาเป็นชาติสุดท้าย จากทั้งหมด 206 ชาติ
เปลวเพลิงบนเปียโน ปรากฎมาพร้อมเพลง IMAGINE ของศิลปินระดับโลก จอห์น เลนนอน เพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ครั้งนี้ ขับร้องโดย จูเลียต อมาเน่
จากนั้นเข้าสู่การแสดง ที่ปรากฎให้เห็น นักขี่ม้าหญิง ที่ควบม้าข้ามแม่น้ำแซน พร้อมธงโอลิมปิก เพื่อมายังหอไอเฟล
ไฮไลต์สำคัญ เริ่มจาก “ผู้ถือคบเพลิงปริศนา” ส่งคบเพลิงคืนให้ “ซีเนดีน ซีดาน” สุดยอดนักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส ก่อนส่งต่อให้ “ราฟาเอล นาดาล” นักกีฬาเทนนิสชาวสเปน ผู้ที่ครองแชมป์เฟรนซ์ โอเพ่น 16 สมัย และเหรียญทองโอลิมปิกชายเดี่ยว และชายคู่ โดยมี "เซเรนา วิลเลียมส์" อดีตนักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลกจากสหรัฐ "นาเดีย โคมาเนชี" ยอดนักยิมนาสติก และ "คิง คาร์ล" หรือ คาร์ล ลูอิส อดีตนักวิ่งชื่อดังชาวสหรัฐ ที่คว้า 9 เหรียญทองใน โอลิมปิก ปี 1984 ร่วมอยู่ด้วย
คบเพลิงถูกส่งต่อ ผ่านมือนักกีฬาทั้งอดีต และปัจจุบัน จำนวน 24 คน อาทิ อเมลี โมเรสโม อดีตนักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลกฝรั่งเศส โทนี่ ปาร์คเกอร์ ตำนานนักบาสเกตบอลทีมชาติฝรั่งเศส ที่เคยเล่นกับซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ในเอ็นบีเอ และนักกีฬาพาราลิมปิก และนำไปสู่การจุดคบเพลิงที่ "บอลลูนลอยฟ้า" โดย 2 นักกีฬาฝรั่งเศส เท็ดดี้ ริเนอร์ นักกีฬายูโด วัย 35 ปี และ มารี-โชเซ เปเรช เจ้าของสามทองโอลิมปิกวิ่ง 200 และ 400 เมตรวัย 56 ปี ได้ร่วมกันจุดคบเพลิงบอลลูน เพื่อเป็นการบ่งบอกว่ากีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว
เซลีน ดิออน นักร้องชื่อดัง เจ้าของเพลง My Heart Will Go On ประกอบภาพยนตร์ไททานิค ร้องเพลงส่งท้ายในพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ 2024 บนหอไอเฟล ซึ่งมาในบทเพลง "Hymne a l'amour" ซึ่งเป็นเพลงของศิลปินชาวฝรั่งเศสชื่อดัง Edith Piaf