หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประกาศปิดฉากเส้นทาง 23 ปีในนามทีมชาติ กับผลงานลงเล่น 234 นัดทำไป 146 ประตู โดยแนวรุกวัย 41 ปี ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโปรตุเกส จากการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย และช่วยทีม "ฝอยทอง" คว้าแชมป์ยูโร 2016 และแชมป์ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก 2 สมัย ในปี 2019 และ 2025
เป็นเวลาหลายปีที่ภาพลักษณ์ของ CR7 สร้างรายได้มหาศาลให้สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส (FPF) และทีมชาติ ถึงตอนนี้เมื่อโรนัลโด้ โบกมือลา ความเสี่ยงที่จะสูญรายได้เป็นจำนวนมากจึงเป็นเรื่องที่ปฎิเสธไม่ได้
ดาเนียล ซา ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการการตลาด (IPAM) ในเมืองปอร์โต้ อธิบายว่า "FPF ไม่ได้สูญเสียผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แค่สิ่งที่พวกเขาสูญเสียไปคือบุคลากรที่มีคุณค่าที่สุดซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นต่างหาก"
จากการศึกษาของ IPAM ในปี 2025 ประเมินมูลค่าศักยภาพของแบรนด์โรนัลโด้ไว้ที่ 850 ล้านยูโร (ประมาณ 956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ประมาณ 32,300 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 325% เมื่อเทียบกับปี 2020 โดยภาพลักษณ์ของโรนัลโด้ช่วยให้ทีมชาติโปรตุเกสเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ซึ่งแฟนๆ ต่างชื่นชอบ CR7 เป็นอย่างมาก
"อิทธิพลของแบรนด์คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในการส่งเสริมทีมชาติในระดับนานาชาตินั้นยอดเยี่ยมมาก และยากที่นักเตะโปรตุเกสคนอื่นจะเลียนแบบได้ในระยะเวลาอันสั้น โปรตุเกสไม่เพียงแต่สูญเสียนักเตะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสูญเสียหนึ่งในผู้ที่ช่วยขยายภาพลักษณ์ทางการค้าของโปรตุเกสในระดับนานาชาติได้มากที่สุดด้วย" ดาเนียล ซา
จุดอ่อนที่สำคัญ 2 ประการกับรายได้ของทีมชาติโปรตุเกสที่หายไป มาจาก ยอดขายสินค้าและความต้องการในระดับนานาชาติ เสื้อหมายเลข 7 ที่ผูกติดกับโรนัลโด้ได้กลายเป็นทรัพย์สินระดับโลกที่ไม่มีใครสามารถหาคนมาแทนได้ในชั่วข้ามคืน ยอดขายตั๋วภายในประเทศโปรตุเกสจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากความผูกพันของแฟนๆ กับทีมชาติลึกซึ้งกว่าตัวบุคคลใดๆ แต่ในต่างประเทศนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การปรากฏตัวของโรนัลโด้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความต้องการและผลักดันมูลค่าทางการค้าให้สูงขึ้นแล้ว
1 ยูโร : 37.52 บาท วันที่ 6 พ.ย.69