เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 นายราม่อน ซูซาร่า (Ramon Suzara) นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งชาติฟิลิปปินส์ (Philippine National Volleyball Association) และเลขานุการ FIVB Volleyball Empowerment Commission ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเซีย หรือเอวีซีคนใหม่ (AVC - Asian Volleyball Confederation) ดยได้รับการโหวต 48 เสียง จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 65 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้
มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกมาร่วมการประชุมและลงคะแนนเสียง 43 คน รวมทั้งมีผู้ลงคะแนนเสียงแทนอีก 20 คน รวม 63 คน และขาดการประชุม 2 คน
นักวิทย์ถ่ายภาพความละเอียดสูงพื้นผิว “ดาวเหนือ” ได้เป็นครั้งแรก
โดย นายราม่อน เอาชนะผู้สมัครลงแข่งขันอย่าง นายอาลี กาเน็ม อัลกูวารี (Ali Ghanem Al-Kuwari) นายกสมาคมวอลเลย์บอลกาตาร์ไปอย่างขาดลอย 48 ต่อ 15 เสียง จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 43 คน ซึ่งรวมการลงคะแนนเสียงแทนอีก 20 คนด้วย
การเลือกตั้งหาประธานเอวีซีคนใหม่นี้ เป็นการดำเนินการไปตามระเบียบวาระการประชุม ของการประชุมสมัชชาสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเซีย สมัยที่ 25 โดยมี นางริต้า ซูโบโว่ ประธานเอวีซี และดร อารี กราซ่า ประธานเอฟไอวีบีคนปัจจุบัน นั่งประธานร่วมการประชุม ซึ่งมีขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์โฟร์วิงคอนเว็นชั่นกรุงเทพ ระหว่าง 29-30 สิงหาคม 2024 ซึ่งได้บรรจุวาระของการเลือกตั้งเพื่อเฟ้นหาประธานเอวีซีคนใหม่ แทนประธานคนเก่าคือนางริต้า ซูโบโว่ จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหมดวาระลงในปี 2024 นี้ด้วย
นายราม่อน ซูซาร่า นับเป็นประธานเอวีซีคนที่ 9 และเป็นชาวฟิลิปปินส์คนที่สอง ที่เข้ารับตำแหน่งนี้ โดยจะดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยก่อนหน้านั้น นาย Nemesio Yabut SR. เป็นชาวฟิลิปปินส์คนแรก ที่เข้ารับตำแหน่งประธานเอวีซี คนที่ 2 ระหว่างปี 1976-1979 โดยในการประชุมสมัชชาสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเซียวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเลือกตั้งเป็นประธานเอวีซีทั้งสอง ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ ก่อนมีการเลือกตั้งจริงในวันศุกร์
โดย นายราม่อน จากฟิลิปปินส์แสดงวิสัยทัศน์อันโดดเด่น 10 ข้อ เด่นๆคือจะพยายามทำให้วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่นิยมชมชอบมากที่สุดติด 1 ใน 5 ของเอเซีย, มุ่งมั่นสร้างความเสถียรด้านการเงินการตลาดของเอวีซี และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดตามกรอบงานที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสม ผ่านการสนับสนุนของ Volleyball World รวมทั้งจะสนับสนุนทีมชาติของทุกประเทศสมาชิกและประเทศสมาชิกโดยรวม ให้มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากโครงการการพัฒนา Empowerment ของ FIVB ซึ่งตนเป็นเลขานุการอยู่ด้วย และที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือความพยายามที่จะผลักดันให้มีการสร้างสำนักงานใหญ่เอวีซีอย่างถาวรในประเทศไทย โดยตนเองมองว่าประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาวอลเลย์บอลทั้งวอลเลย์บอลในร่มและชายหาด
สำหรับการประชุมสมัชชาสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเซีย จะยังคงมีการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกมาจากแต่ละโซนทั้ง 5 โซนของเอเซีย ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งบอร์ดบริหารของเอวีซี ตลอดจนกรรมการฝ่ายเทคนิคของเอวีซีด้วย