เช็กโปรแกรม และผลบอลพรีเมียร์ลีก ได้ที่ >> http://pptv36.tv/1i4n
เกมคู่แรกแมตช์เดย์ที่ 3 ศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024-2025 อาร์เซน่อล ที่ชนะมาทั้ง 2 เกม รั้งอันดับ 3 เวลานี้จะเปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือน ไบรท์ตัน ทีมอันดับ 2 ที่ชนะ 2 นัดเหมือนกันแต่ประตูได้เสียดีกว่า โดยเตะในวันเสาร์ที่ 31 ส.ค.เวลา 18.30 น.ตามเวลาประเทศไทย คู่นี้ฤดูกาลที่ผ่านมาพบกันในลีก เป็นอาร์เซน่อล ชนะทั้งไปกลับ โดยเกมแรกชนะที่นี่ 2-0 ก่อนบุกไปถล่มที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 3-0
มิเกล อาร์เตต้า พาอาร์เซน่อล ชนะ 2 นัดรวด นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล โดยนัดล่าสุดบุกไปชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 จาก เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ และโธมัส ปาร์เตย์ สภาพผู้เล่นไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด ในรายของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กองหลังตัวใหม่ทีมชาติอิตาลี ที่เกมที่แล้วลงเป็นสำรองที่ วิลล่า ปาร์ค นัดนี้ลุ้นเบียดตัวจริจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ส่วน บรรดาตัวหลัก พร้อมเช่นเดิม โดยมี วิลเลี่ยม ซาลิบา ยืนเซ็นเตอร์กับ กาเบรียล มากัลเญส แดนกลาง เดแคลน ไรซ์ ปรับสมดุลย์ร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด เกมรุกใช้ บูคาโย่ ซาก้า กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนพื้น ด้าน มิเกล เมริโน่ กองกลางตัวใหม่ทีมชาติสเปน ชุดแชมป์ยูโร 2024 ที่เพิ่งย้ายมาจาก เรอัล โซเซียดาด เกิดเจ็บหัวไหล่ระหว่างซ้อมต้องพัก 2-3 สัปดาห์ทำให้เข้าไปอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ร่วมกับ กาเบรียล เชซุส, ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ คีแรน เทียนี่ย์ ยังเจ็บทั้งหมด ด้าน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่เพิ่งยืมมาจาก เชลซี ลงทะเบียนไม่ทันเกมนี้
ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือชาวเยอรมันคนใหม่วัย 31 ปี ของไบรท์ตัน ที่กลายเป็นเฮดโค้ชอายุน้อยที่สุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 31 ปี 173 วัน พาทีมเก็บชัยชนะ 2 นัดรวด ด้วยการประเดิม ถล่มเอฟเวอร์ตัน 3-0 และเกมล่าสุดในลีกเฉือนชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ช่วงทดเจ็บ ขณะที่เกมลีก คัพ รอบ 2 เมื่อกลางสัปดาห์เปิดบ้านถล่ม ครอว์ลีย์ ทาวน์ 4-0 ส่วนเกมนี้น่าจะกลับมาใช้ผู้เล่นตัวหลักเมื่อเกมสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ชนะ "ปีศาจแดง" โดยมี เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์วัย 38 ปีที่ทำสถิติลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก เป็นปีที่ 23 ติดต่อกันเกมแดนกลาง กับ ยานคูบา มินเตห์ มิดฟิลด์ริมเส้นค่าตัวสถิติสโมสรที่ดึงมาจากนิวคาสเซิ่ล โดยจะประสานงานกับ เจา เปโดร และ คาโอรุ มิโตมะ โดยมี แดนนี่ เวลเบ็ค ยืนเป็นหน้าเป้า ที่มี อีวาน เฟอร์กูสัน ซึ่งกลับมานั่งบนม้านั่งสำรองอีกครั้งเมื่อกลางสัปดาห์ หลังหายเจ็บข้อเท้าพร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่ง ด้าน แฟร์ดี้ คาดิโอกลู ฟูลแบ็กทีมชาติตุรกี ชุดยูโร 2024 ที่เพิ่งย้ายมาจาก เฟเนร์บาห์เช่ น่าจะยังแย่งพื้นที่แบ๊กซ้ายจาก แจ็ค ฮินเชลวู้ด ไม่ได้ ส่วนแข้งบาดเจ็บยังเป็นหน้าเดิมๆ คือ เปร์วิส เอสตูปินญาน, ซอลลี่ มาร์ช, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, บาร์ต แฟร์บรู๊กเก้น และ อีกอร์ ชูลิโอ ยังบาดเจ็บทั้งหมด
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
อาร์เซน่อล (4-3-3) : ดาวิด ราย่า - เบน ไวท์, วิลเลี่ยม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, ยูเลี่ยน ทิมเบอร์ - มาร์ติน โอเดการ์ด, โธมัส ปาร์เตย์, เดแคลน ไรซ์ - บูคาโย่ ซาก้า, ไค ฮาแวร์ตซ์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่
ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : เจสัน สตีล - โยแอล เฟลท์แมน, ยาน พอล ฟาน เฮ็คเค่อ, ลูอิส ดังค์ , แจ็ค ฮินเชลวู้ด - มัทส์ วีฟเฟอร์, เจมส์ มิลเนอร์ - ยานคูบา มินเตห์, เจา เปโดร, คาโอรุ มิโตมะ - แดนนี่ เวลเบ็ค
ความน่าจะเป็นของเกม
เรียกได้ว่าเก็บชัยชนะในเกมลีก ใน 2 นัดแรกของฤดูกาลมาทั้งคู่ ทำให้นัดนี้ลงสนามมาด้วยความมั่นใจ แต่หากเทียบในเรื่องศักยภาพผู้เล่น รวมถึงการเล่นในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แล้ว อาร์เซน่อล เหนื่อกว่าแบบปฎิเสธไม่ได้ เกมนี้แม้ ไบรท์ตัน จะทำการบ้านในเกมรับมาก็จริง แต่มาโดนอาวุธโจมตี จากทั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด บูคาโย่ ซาก้า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หรือ เลอันโดร ทรอสซาร์ ไม่น่าจะต้านอยู่และแพ้เป็นเกมแรกในที่สุด
สกอร์ที่คาด
อาร์เซน่อล ชนะ 3-1