สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธว่า สโมสรต่างๆ บันทึกการย้ายทีมระหว่างประเทศเกือบ 12,000 ครั้ง โดยมีการใช้จ่ายค่าธรรมเนียมรวม 9,760 ล้านดอลลาร์ ฟีฟ่ากล่าว ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024
โดยพรีเมียร์ลีก อังกฤษกลับมาเป็นลีก ลำดับต้นๆ ในตลาดซื้อขายนักเตะอีกครั้ง หลังมีการใช้จ่ายเงินค่าตัวนักเตะไปกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
อีกทั้งยังมีสโมสรเดียวจากเยอรมนี ที่ได้รับเงินถึง 893 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทีมในอังกฤษ ไฮไลท์คือการย้ายของฟลอเรียน เวียตซ์จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นไปยังลิเวอร์พูล ด้วยมูลค่า 116 ล้านปอนด์ (156.70 ดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมส่วนเสริม
นอกจากนี้ทีม "หงส์แดง" ยังได้เซ็นสัญญากับฮูโก้ เอกิติเก้ จาก แฟรงก์เฟิร์ต ขณะที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดได้เซ็นสัญญากับนิค โวลเทอเมอเดอ กองหน้าดีกรีทีมชาติเยอรมนี จาก สตุ๊ตการ์ทด้วยค่าตัวสถิติสโมสร โดยมีรายงานว่าทั้งสองดีลมีมูลค่าสูงถึง 69 ล้านปอนด์ ขณะที่ทีมจากเยอรมนีอยู่อันดับ 2 ของยอดใช้จ่ายรวม 980 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อิตาลีอยู่อันดับ 3 โดยใช้จ่ายไป 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในแง่ของการย้ายทีมเข้าใหม่ อังกฤษมีผู้เล่นย้ายเข้าทีม 535 คน ตามมาด้วยโปรตุเกส (479 คน) และบราซิล (425 คน)
อย่างไรก็ตามหากมองรายได้จากการขายนักเตะออกนอกประเทศ สโมสรอังกฤษมาเป็นอันดับหนึ่งโกยเงิน 1,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, ฝรั่งเศส 1,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเยอรมนี 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากแยกเป็นการย้ายทีมภายในสมาคมฟุตบอลเดียวกันนั้น ทาง เอฟเอ ยังครองแชมป์โดยพรีเมียร์ลีก
ส่วน ฟุตบอลหญิง มีการย้ายมากกว่า 1,100 ราย เป็นการสร้างสถิติใหม่เช่นกัน โดยมีค่าตัวเกิน 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ