พอล สโคลส์ ตำนานนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศการตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอลทางโทรทัศน์ เพื่อกลับไปดูแล เอเดน ลูกชายวัย 20 ปี ที่เป็นออทิสติกอย่างเต็มที่
สโคลส์ วัย 50 ปี เปิดเผยเรื่องราวนี้อย่างเปิดอกผ่านรายการพอดแคสต์ Stick to Football ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมเก่าอย่าง แกรี่ เนวิลล์ และ รอย คีน รวมถึง จิลล์ สก็อตต์ และ เอียน ไรท์ ถึงรายละเอียดชีวิตที่ต้องดูแลลูกชายที่เป็นออทิสติก ซึ่งเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
สโคลส์ยอมรับว่าเขาไม่สามารถทน ที่จะละทิ้ง กิจวัตรประจำวัน ที่เขามีร่วมกับ เอเดน ได้ โดยเขาและ แคลร์ อดีตภรรยา ได้แบ่งกันดูแลลูกชายคนนี้อย่างใกล้ชิด โดยสโคลส์และแคลร์ดูแลคนละ 3 คืนต่อสัปดาห์ และคุณแม่ของแคลร์รับดูแลในคืนวันศุกร์ที่เหลือ
สโคลล์บอกว่า "ที่ผมตัดสินใจเลิกงานนักวิเคราะห์บอล ก็เพราะเอเดนเลยครับ งานทั้งหมดที่ผมทำตอนนี้มันไปตรงตามตารางชีวิตประจำวันของเขาเป๊ะ ๆ ผมเลยตัดสินใจว่าทุกอย่างจากนี้ไป ผมจะยึดเอเดนเป็นศูนย์กลางทั้งหมด"
"ผมกับแคลร์ (อดีตภรรยา) ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เราก็เลยแบ่งกันดูแลครับ คนละสามคืน ส่วนคืนวันศุกร์ให้แม่ของแคลร์ช่วยดูแล เราต้องทำอะไรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กับเขาเสมอ เขาไม่รู้หรอกว่าวันนี้วันอะไร หรือตอนนี้กี่โมงแล้ว แต่เขาจะรู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร จากสิ่งที่เราทำร่วมกันนี่แหละ"
"(การทำหน้าที่นักวิเคราะห์ในคืนวันพฤหัสบดี) นั่นเป็นคืนที่ผมต้องอยู่ดูแลเขา ลูกก็จะรู้สึกกระวนกระวาย เขารู้ว่าแพทเทิร์นมันเปลี่ยนไป ผมก็ทำแบบนั้นมาหลายปีแหละ คิดมาตลอดว่าต้องหยุดสักที พอได้โอกาสมาทำพอดแคสต์ ก็คิดว่าอันนี้แหละเหมาะกับผม... ไม่ใช่เหมาะกับผมหรอกครับ เรียกว่ามันเหมาะที่จะให้ผมได้ใช้เวลากับเอเดนมากกว่า"
ย้อนกลับไปตอนสโคลล์ยังเป็นนักเตะ เพื่อนร่วมทัพปีศาจแดงอย่าง แกรี่ เนวิลล์ เคยเล่าว่าเขาจำได้ว่าสโคลส์มาซ้อมหรือลงแข่งในบางครั้งพร้อมกับรอยข่วนตามใบหน้า ซึ่งสโคลส์ยอมรับว่าเป็นผลมาจากความหงุดหงิดที่เอเดนไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้
"ผมจำได้ว่าบางครั้งตอนผมไปซ้อมที่ยูไนเต็ด ก็มีรอยข่วนที่หน้าหรือแขนจากเขา โคตรยากเลยครับ (f***** hard) โดยเฉพาะตอนที่เขายังเด็ก มีเรื่องทำร้ายตัวเองบ้าง ทำร้ายคนอื่นบ้าง แต่ผมก็เลือกจะลงแต่เรื่องราวดี ๆ เขาก็กัดแขนผม ข่วนผมครับ มันเกิดจากความหงุดหงิดของเขาแค่นั้นเอง เขาไม่เข้าใจสิ่งต่าง ๆ แล้วก็บอกคุณไม่ได้ว่าเขารู้สึกยังไง”
แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่สโคลส์ยืนยันว่า เอเดน ก็สามารถมอบความสุขให้กับพวกเขาได้มหาศาลเช่นกัน "อย่าเข้าใจผิดนะครับ เขาก็มีความสุขมาก ๆ ได้เหมือนกัน แล้วก็มอบความสุขและความปิติให้เราได้มากมายเลย มันไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ"
ท้ายที่สุดแล้วการประกาศยุติบทบาทนักวิเคราะห์ฟุตบอลของ พอล สโคลส์ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ แต่เป็นการ ตัดสินใจที่เต็มไปด้วยหัวใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรักของพ่อคนหนึ่ง สามารถอยู่เหนือเกียรติยศและชื่อเสียงใด ๆ บนโลกใบนี้
สำหรับตำนานผู้ยิ่งใหญ่อย่างสโคลส์ การสละพื้นที่สื่อ เพื่อแลกกับการรักษากิจวัตรเล็ก ๆ ที่ต้องทำซ้ำ ๆ ทุกวัน คือการยอมรับว่า โลกทั้งใบของลูกชายนั้นสำคัญกว่าโลกฟุตบอลที่เขาสร้างมา เขารู้ดีว่าความมั่นคงทางอารมณ์ของเอเดนขึ้นอยู่กับ ทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างละเอียด และเขาไม่สามารถทำให้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลูกชายต้องสั่นคลอนได้แม้แต่วินาทีเดียว
แม้จะมีความสุขที่ได้จากลูก แต่คำถามที่กัดกินใจพ่อคนนี้ตลอดเวลาคือ "จะเกิดอะไรขึ้นกับลูก เมื่อผมไม่อยู่แล้ว?" ความกังวลในอนาคตนี้เอง ที่ผลักดันให้เขาต้องจัดเรียงชีวิตตัวเองใหม่ เพื่อมอบความมั่นคงให้ลูกชายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนวันนั้นจะมาถึง…
การตัดสินใจของสโคลส์จึงเป็นบทพิสูจน์ถึง ความรักของพ่อที่ไม่มีเงื่อนไข ความรักที่พร้อมจะยอมสละทุกสิ่งในชีวิตที่สร้างมา เพื่อแลกกับความสุขและความปลอดภัยของลูกชายผู้เป็นที่รักที่สุดเพียงคนเดียว นี่คือการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่และงดงามกว่าถ้วยแชมป์ใด ๆ ที่เขาเคยสัมผัสมาเลยก็ว่าได้