แม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ "หมอนทองฟีเวอร์" จนกลายเป็นที่กล่าวขาน ในฟุตบอลนักเรียน 7 คน 7 สี ปี 2025 สำหรับโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ฝ่าฟันจาก 503 โรงเรียน พร้อม"ล้มยักษ์" เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ให้กับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ที่ในการนัดชิงสนามกีฬาศุภชลาศัย กับแมตซ์"สนามแตก" ในรอบ 32 ปี
ในรายการ"คุยข้ามช็อต" ทาง พีพีทีวี เอชดี 36 "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมราชบุรี เอฟซี และ โกสินทร์ อัตตโนรักษ์ อดีตบรรณาธิการฟุตบอลไทย ได้ออกมาความเห็นและสะท้อนเส้นทางพัฒนาบอลเยาวชนไทยในภาพใหญ่ ว่าควรจะมีแนวทางอย่างไร และใครจะเข้ามารับผิดชอบกับบ้าง เพื่อนำไปสู่การยั่งยืน
"ถ้ามองโดยรวมก็คงเป็นวิธีของการจัดการแข่งขัน เพราะมันมีทัวร์นาเมนต์เยอะ เราจะไปบอกเรื่องการจำกัดการแข่งขัน มันคงลำบาก สมมุติถ้าใครจะจัดก็ขอให้มันมีมาตรฐาน เราจะไปห้ามไม่ได้ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐจัด หรือหน่วยงานเอกชน สุดท้ายใครจะจัดก็ขอให้คิดถึงเรื่องการพัฒนาของเด็กก่อน แล้วก็มาตรฐาน"
"ชื่นชนหมอนทอง ที่งบประมาณน้อย แต่สำเร็จ และอยากให้ผู้ใหญ่ช่วยๆ กัน กระจายทัวร์นาเมนต์ในต่างจังหวัดเยอะๆฟุตบอลในประเทศต้องพัฒนา จากในทุกภาค ไม่ใช่อยู่ในเมืองอย่างเดียว และที่สำคัญคืองบประมาณ ต้องมาจากรัฐบาล ไม่ใช่สมาคมอย่างเดียว ส่วนเรื่องยูธ ลีก ที่เคยมี หากจะมีอีกก็อยากให้มีอย่างมีคุณภาพ ที่ผ่านมาการจัดการมันยังไม่ดีพอ"
"อย่างเช่นในรายการนี้ ต่อไปเขารู้ว่ามันมาขนาดนี้ ถ้าปีหน้าก็ราชมังคลากีฬาสถาน นี่คือสิ่งที่ดีเหมือนกัน (สนามแตก) หากมอง 2 ด้าน จะได้รู้ว่าที่แก้ไขและต่อยอดต่อไป"
"ฟุตบอลนักเรียน แล้วไปชิงราชมังคลากีฬาสถาน แล้วเต็มนี่มันก็เป็นประวัติศาสตร์ เพราะมันเต็มแค่ทีมชาติ มันอาจเป็นไปได้ก็ได้ และถ้าให้เต็มจริงๆ ก็คงต้องเป็นคู่ชิงคู่เดิม" "โค้ชโย่ง" วรวุธ เผย
ด้าน "แมน" โกสินทร์ เผยว่า "สิ่งที่เราต้องสนใจมากกว่าคือโครงสร้าง อย่างที่พี่โย่งบอก ต้องพัฒนาอย่างไร จัดหลายรายการไม่เป็นไร แต่ว่ามันต้องมีเป้าหมายเดียวกัน ไปด้วยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ทำคนละแบบ แล้วไม่ใช่เป้าหมายคือแค่แชมป์"
"การพัฒนาเด็กในแต่ละรุ่น มันมีเป้าหมายต่างกัน เด็กเล็กแบบหนึ่ง ซึ่งเด็กเล็กเขาไม่ได้หวังผลให้เป็นแชมป์ แต่เพื่อจะให้เด็กมีประสบการณ์ เรื่องของพัฒนาการ เรื่องของความสามารถ วิธีคิดแก้ปัญหา"
"ส่วนเด็กโตขึ้นมาหน่อย อย่างน้องๆ หมอนทอง 15-18 กำลังจะเข้าสู่เยาวชน คือ ฟีฟ่า เขาจะรองรับตั้งแต่ 17 และ 20 และ ชุดใหญ่ มีแค่นี้ เพราะฉะนั้น เด็กพวกนี้ (น้องๆ ทีมหมอนทอง) คือเป้าหมายเข้าสู่จำนวนของประชากรนักฟุตบอล ที่เป็นกำลังของสโมสร และทีมชาติต่อไป คือพูดไปทั้งหมดคือเรื่องของโครงสร้าง การวางระบบ การพัฒนาฟุตบอลเด็ก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของฝ่ายเทคนิค อาจจะไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของการวางโครงสร้าง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยเกิด ซึ่งต่างคนต่างทำ ซึ่งผู้ใหญ่ทุกแผนกต้องคุยกัน ภาครัฐ เอกชน ต้องคุยกัน แล้วก็เป้าหมายเดียวกัน"
"เหมือนประเทศที่ประสบความสำเร็จทางฟุตบอล เช่น ญี่ปุ่นก็ได้ ซึ่งสมาคมจะเปลี่ยนถ่ายอย่างไรก็ต้องทำต่อ ต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ยกเครื่องทุก 4 ปี ทุกการเปลี่ยนแปลงมันจะโตยาก มันจะโตแล้วหยุด"
ขณะที่ ธัชธีรพนธ์ ลี่สันธิติกุล ผู้อำนวยการสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ผมพูดเรื่องทัวร์นาเมนต์ละกัน ผมว่าทัวร์นาเมนต์บ้านเรามันกระจัดกระจาย ผมว่าถ้ารวมกันเป็นหนึ่งเด็กๆ จะมีความสุข และได้ซ้อมและมีบอลเตะทุกอาทิตย์ รู้ว่าตรงไหนเราจะได้เบรค ฟุตบอลมันตรงพักร่างกายบ้าง มันต้องรีแล็กบ้าง กลายเป็นบ้างทีมซ้อม 8 เดือน แต่ได้แข่ง 3 เกม แล้วก็จบไปก็ได้ มันไม่มีเป้าหมาย ซึ่งระหว่าง 8 เดือนนั้นจะเอาอะไรไปเหนี่ยวรั้งจิตใจ ให้เขาไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่ถ้าเรามีบอลทุกอาทิตย์ อาทิตย์หน้าเข้าก็อยากมาเล่น อยากมาซ้อม อะไรอยู่ตลอด"
"ตอนนี้ทัวร์นาเมนต์เยอะมาก มันกระจัดกระจาย สามารถรวมได้มั้ย รวมให้ภาครัฐ หรือ เอกชน ทั้งหมดทำด้วยกันมั้ย เป้าหมายเดียวกัน เพราะปลายทางมันก็มีอยู่แล้ว ปลายทางมันมีอยู่แล้วคือติดทีมชาติ ให้บอลในประเทศชาติมันไปไกลขึ้น ซึ่งโครงสร้างระยะยาวมันสำคัญมาก"