ถอดรหัส "ปรัชญาซื้อถูกขายแพง" ของมาร์คุส โครเช่อกับแฟร้งค์เฟิร์ต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มาร์คุส โครเช่อ เปิดสูตรลับ แฟร้งค์เฟิร์ตทำกำไร 255 ล้านยูโร กลยุทธ์ปั้นดาวขายแพงที่สั่นสะเทือนยุโรป

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต คือสโมสรที่ทั่วโลกอาจต้องอิจฉา เพราะมี มาร์คุส โครเช่อ ผู้อำนวยการกีฬา วัย 45 ปี เป็นคนคุมบังเหียนด้านการซื้อขาย โครเช่เปลี่ยนทีมที่ไม่ได้ร่ำรวยให้กลายเป็น เครื่องจักรผลิตเงิน
พวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะ 3 คนนี้รวมกันแค่ 30 ล้านยูโร แต่กลับขายออกไปรวมกันถึง 255 ล้านยูโร
โคโล มูอานี่: ขายให้ PSG 95 ล้านยูโร
อูโก้ เอกิติเก้: ขายให้ลิเวอร์พูล 85 ล้านยูโร
โอมาร์ มาร์มูช: ขายให้แมนฯ ซิตี้ 75 ล้านยูโร

อูโก้ เอกิติเก้ สมัยค้าแข้งอยู่แฟร้งค์เฟิร์ต Reuters/Kai Pfaffenbach
อูโก้ เอกิติเก้ สมัยค้าแข้งอยู่แฟร้งค์เฟิร์ต
โครเช่อเปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็น ปรัชญา ที่ชัดเจนของทีม…

โครเช่อยืนยันว่า ความผิดพลาดแรกของหลายสโมสรคือการพยายามหาผู้เล่นเก่ง ๆ โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเล่นฟุตบอลแบบไหน

"เราควรเริ่มต้นที่จุดแรกสุด" โครเช่อกล่าว "คุณต้องกำหนด ปรัชญาการเล่น ของสโมสรให้ชัดเจนก่อน ว่าเราต้องการเล่นฟุตบอลในรูปแบบใด หากไม่มีสิ่งนี้ ก็จะไม่รู้ว่าจะต้องหานักเตะที่มี คุณสมบัติ แบบไหนมาเติมเต็มในระบบ และจะไม่มีทางส่องหานักเตะได้อย่างแม่นยำ"

เนื่องจากแฟร้งค์เฟิร์ตมีงบประมาณค่าเหนื่อยต่อปีน้อยกว่าบาเยิร์น มิวนิคถึง 3 เท่า การกำหนดปรัชญาที่ชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันกับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ได้อย่างดี จนคว้าโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

พอถึงขั้นตอนการหาคน โครเช่อไม่ได้ต้องการนักเตะที่เพอร์เฟกต์ แต่เขาเน้นที่ การมองหาความสามารถพิเศษที่ฝึกสอนกันไม่ได้ ทีมแมวมองของเขาจะพุ่งเป้าไปที่ "สิ่งที่ผู้เล่นคนนั้นทำได้ดีที่สุด" และสิ่งนั้นต้องเป็นของที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เช่น ความเร็วที่สูงกว่าคนอื่นมากๆ หรือรูปร่างสูงใหญ่ที่ได้เปรียบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้โค้ชฝึกเพิ่มให้ไม่ได้ค่ะ 

พอเจอจุดแข็งนี้แล้ว ค่อยมาดู จุดอ่อน ทีหลัง แล้วถามตัวเองว่า "เราจะช่วยให้เขาดีขึ้นในจุดอ่อนนี้ได้ไหม?" นี่คือวิธีที่ชาญฉลาด เพราะเขารู้ว่าถ้าจุดอ่อนนั้นเป็นเรื่องของเทคนิคหรือการตัดสินใจ 

ซึ่งสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกซ้อมและลงสนาม ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน นอกจากนี้ ยังต้องดูด้วยว่า นิสัยส่วนตัว ของนักเตะจะเข้ากับเพื่อนร่วมทีมและโค้ชได้ดีแค่ไหนด้วย

เมื่อซื้อมาแล้ว ก็เข้าสู่โหมด พัฒนาแบบเร่งด่วน เพราะแฟร้งค์เฟิร์ตอยากขายนักเตะทำกำไรภายใน 3 ปี ก่อนที่สัญญาจะหมดลง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาก้าวกระโดดคือ นักเตะต้อง ฟิตเต็มร้อยและพร้อมฝึกหนักทุกวัน 

ดังนั้น โครเช่อจึงทุ่มเงินไปกับการดูแลสุขภาพแบบที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาไม่เพียงแต่มีทีมแพทย์และนักโภชนาการที่ดี แต่ยังจ้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เข้ามาดูแลนักเตะแบบเต็มเวลาด้วย โครเช่อเชื่อว่าถ้าผู้เล่นนอนหลับดี ฟื้นตัวได้เร็ว ก็จะสามารถฝึกซ้อมได้เต็มที่ทุกวันโดยไม่บาดเจ็บ ซึ่งนี่คือเคล็ดลับที่ทำให้ดาวรุ่งของพวกเขาก้าวหน้าได้เร็วกว่าทีมอื่น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โอมาร์ มาร์มูช ที่ย้ายมาฟรีๆ มาร์มูชเก่งเรื่องความเร็วและยิงประตู แต่มีปัญหาใหญ่คือ ตัดสินใจไม่ดีและทำบอลเสียบ่อยมาก แต่โครเช่อฉลาดกว่านั้น เขาไม่ได้มองว่านี่คือจุดอ่อนที่แก้ไม่ได้ แต่เขาเชื่อว่ามาร์มูชตัดสินใจพลาดบ่อยเพราะ ไม่ค่อยได้ลงเล่นต่อเนื่อง ในทีมเก่า 

ดังนั้น สิ่งที่แฟร้งค์เฟิร์ตทำคือ ให้โอกาสเขาลงสนามเต็มที่ พร้อมกับการฝึกซ้อมแบบเฉพาะเจาะจงที่เน้นการตัดสินใจเมื่อมีบอล สุดท้ายแล้ว การได้รับเวลาเล่นอย่างต่อเนื่องทำให้มาร์มูชเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาจนกลายเป็นนักเตะระดับท็อปที่แมนฯ ซิตี้ยอมทุ่มเงินซื้อไป

และสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือ การรักษาคำพูดคือสิ่งที่มีค่าที่สุด ในการขายนักเตะ โครเช่อต้องกล้าตัดสินใจขายในจังหวะที่ ราคาสูงที่สุด แม้ว่าการขายมาร์มูชในช่วงกลางฤดูกาลจะทำให้ทีมเสี่ยงต่อการพลาดเป้าหมายบางอย่างไปบ้าง 

แต่เขาก็ต้องทำเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด และที่สำคัญกว่าเงินคือ การรักษาคำมั่นสัญญา ที่เคยให้ไว้กับนักเตะทุกคนตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญา โครเช่อบอกว่า "ผมสัญญาว่าถ้าคุณเก่งขึ้นจนเกินกว่าระดับสโมสรของเรา และเราได้ราคาที่เราพอใจ ผมจะปล่อยคุณไป" 

การรักษาคำสัญญานี้ทำให้แฟร้งค์เฟิร์ตมี ความน่าเชื่อถือ สูงมากในวงการฟุตบอล ทำให้ดาวรุ่งฝีเท้าดีทั่วโลกอยากย้ายมาที่นี่ 
เพราะพวกเขารู้ว่าแฟร้งค์เฟิร์ตคือ สะพานที่จริงใจ ที่จะพาพวกเขาไปยังสโมสรที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างแน่นอน นี่จึงทำให้วงจรการซื้อถูกและขายแพงของแฟร้งค์เฟิร์ตยังคงดำเนินต่อไปได้ไม่รู้จบ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ