ประเทศไทยได้รับการประกาศให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หรือ ซีเกมส์ 2025 อย่างเป็นทางการ และเป็นการจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 4 ต่อจากปี พ.ศ. 2528 (กรุงเทพมหานคร), พ.ศ.2538 (เชียงใหม่), พ.ศ.2550 (นครราชสีมา) โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2007 (พ.ศ.2550 โคราชเกมส์)
การได้รับสิทธิ์ครั้งนี้ไม่ได้มาโดยง่าย แต่เป็นผลจากกลไกการหมุนเวียนเจ้าภาพที่เป็นระบบ และความพร้อมของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค
การเป็นเจ้าภาพในซีเกมส์ มาจากการหมุนเวียน (Rotation System) โดยประเทศสมาชิกของสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (SEAGF) จะสลับกันรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอักษรของชื่อประเทศภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่าง ลำดับการหมุนเวียน เวียดนาม (พ.ศ.2564) - กัมพูชา (พ.ศ.2566) -ประเทศไทย (พ.ศ.2568) -มาเลเซีย (พ.ศ.2570) และ สิงคโปร์ (พ.ศ.2572) เป็นต้น
อย่างไรก็ตามแม้จะมีระบบการหมุนเวียน แต่ประเทศที่ถึงวาระจะต้องแสดงความจำนงในการเป็นเจ้าภาพและได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมของสหพันธ์กีฬาซีเกมส์อย่างเป็นทางการ โดยขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ไทยได้รับการยืนยันสิทธิ์ มีดังนี้:การแสดงความจำนง: ประเทศไทย โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ได้แสดงความพร้อมในการรับเป็นเจ้าภาพ ตามวาระที่ประเทศไทยต้องเป็นเจ้าภาพในปี 2025 (พ.ศ.2568)
ในการประชุมสภาสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (SEAGF Council Meeting) เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ประเทศไทยได้นำเสนอแผนงานและความพร้อมในด้านต่างๆ ก่อนจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ในการประชุมที่เกี่ยวข้องกับซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2022 (พ.ศ.2565) ซึ่งที่ประชุมสภาสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33
ขณะที่แนวคิดการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ได้วางไว้ที่ 3 จังหวัดหลักเจ้าภาพ เพื่อกระจายความเจริญด้านกีฬาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร (เป็นศูนย์กลางการจัดการแข่งขัน), ชลบุรี (มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวและชายหาด) และสงขลา (จังหวัดที่มีความพร้อมในพื้นที่ภาคใต้) แต่ล่าสุดจังหวัดสงขลาได้ถูกยกเลิกเมืองเจ้าภาพเนื่องจากโดนน้ำท่วมใหญ่ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มไม่ถึง 1 เดือน
วัตถุประสงค์ในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ของไทยครั้งนี้ คือการยกระดับมาตรฐานแข่งขันซีเกมส์ให้มีความเป็นสากลและน่าประทับใจ การใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ และการสร้างความสามัคคีในภูมิภาค ด้วยการการต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากชาติสมาชิกอาเซียนด้วยมิตรภาพ
ส่วนในมหกรรมซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้คำขวัญ ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง (Ever Forward) จะมี 50 ชนิดกีฬา ในโปรแกรมหลัก ชิงชัยกัน 574 เหรียญทอง นอกจากนี้ยังมี 3 ชนิดกีฬาที่จัดในลักษณะสาธิต