กระแสเริ่มเดือดขึ้นทันทีเมื่อโมฮาเหม็ด ซาล่าห์เดินออกจากสนามในแมตช์ล่าสุดที่ลิเวอร์พูลเสมอกับลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมประโยคที่ทิ้งไว้ว่า “พรุ่งนี้ คาร์ราเกอร์ก็จะวิจารณ์ผมอีกแล้ว”
และปล่อยให้สถานการณ์เงียบนานถึง 47 ชั่วโมงเต็ม กว่าที่เจมี่ คาร์ราเกอร์จะตอบโต้แบบจัดหนักในรายการ มันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล จนกลายเป็นหนึ่งในช่วงวิจารณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในซีซั่นนี้
คาร์ราเกอร์อธิบายว่าตลอด 8 ปี ซาล่าห์แทบไม่เคยออกมาพูดในมิกซ์โซนเลย และทุกครั้งที่พูด “มันคือช่วงเวลาที่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากที่สุด”
เขายกตัวอย่างปีที่แล้วที่เซาธ์แฮมป์ตันว่า “ครั้งนั้นทีมชนะ และเป็นจ่าฝูง การพูดตอนนั้นไม่ทำร้ายใคร แต่ครั้งนี้… ทุกคนในสโมสรเหมือนกำลังจมอยู่ในโคลน แล้วเขาเลือกเวลานี้เพื่อกดดันผู้จัดการทีม และบางทีอาจหวังให้เขาถูกไล่ออกด้วยซ้ำ”
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้มันร้อนระอุ คือเรื่องภาระเกมรับของซาล่าห์ คาร์ราเกอร์พูดตรง ๆ ว่า “ถ้าเราจะพูดเรื่องโยนความผิดให้คนอื่น เขาโยนความผิดให้แบ็กขวาลิเวอร์พูลมาตลอด 8 ปี ลองนึกภาพเล่นอยู่ข้างหลังเขาตลอด 8 ปีดูสิ”
จากนั้นเขายังย้อนพูดถึงเส้นทางก่อนซาล่าห์จะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในวันนี้ว่า “ผมอยากจะเตือนโม ซาล่าห์และเอเยนต์ของเขา ก่อนที่เขาจะมาลิเวอร์พูล โม ซาล่าห์ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่ล้มเหลวกับเชลซี นี่คือความจริง”
และเสริมอีกว่า “คุณไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ก่อนมาที่นี่ คุณไม่ได้คว้าแชมป์อะไรกับทีมชาติอียิปต์ ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน คุณต้องการเพื่อนร่วมทีม ผู้จัดการทีม และแฟน ๆ”
คาร์ราเกอร์ตอกย้ำว่าจุดที่ทำให้เขารับไม่ได้คือ “ทุกครั้งที่ซาล่าห์พูดในมิกซ์โซนสิ่งที่ออกมาคือ ผม ผม และผม (ตัวซาล่าห์เอง)” ซึ่งทำให้เขาต้องตอบโต้อย่างหนักในฐานะคนที่ปกป้องชื่อเสียงของสโมสร
ในช่วงท้าย เขายืนยันว่าเขาไม่เคยวิจารณ์ซาล่าห์เรื่องฟอร์มหรือจังหวะเล่นในสนามเลย เพราะ “เขาคือตำนานของสโมสร สิ่งที่คุณได้จากเขา คุณต้องยอมแลกกับข้อบกพร่องบางอย่าง”
แต่เขาก็ประกาศชัดว่า “ผมจะออกมาเล่นงานโม ซาล่าห์ เมื่อเขาพยายามโยนความผิดให้สโมสรของผม และคิดถึงแต่ตัวเอง เท่านั้น”