เพียงแค่ 6 เดือนแรกในตำแหน่งเฮดโค้ช โธมัส แฟรงค์ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่อาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของเส้นทางอาชีพกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้สัญญาณจากฝั่งเจ้าของสโมสรอย่างตระกูลลูอิส จะยังคงส่งสารสนับสนุนกุนซือชาวเดนมาร์กรายนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริง แฟรงค์ยังไม่สามารถคว้าใจแฟนบอลสเปอร์สได้ขนาดนั้น หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลได้ค่อนข้างยากลำบาก
ยิ่งเมื่อมองไปข้างหน้า ตลาดนักเตะเดือนมกราคมกำลังใกล้เข้ามา ขณะเดียวกัน สเปอร์สก็มีโปรแกรมการแข่งขันช่วงสำคัญรออยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่แค่เรื่องเสริมทัพเท่านั้น แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า แรงสนับสนุนจากฝ่ายบริหารมีความมั่นคงแค่ไหน
แฟรงค์สามารถโน้มน้าวนักเตะให้เชื่อมั่นในแนวคิดของเขาได้หรือไม่ และคะแนนนิยมจากแฟนบอล จะดีขึ้นหรือแย่ลง
นี่คือ 5 ประเด็นหลัก ที่อาจกำหนดอนาคตของโธมัส แฟรงค์ กับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะมีอะไรบ้าง เราไปวิเคราะห์พร้อมกัน
ปัญหาสตาฟฟ์โค้ช
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่แฟรงค์ต้องเผชิญ คือการลาทีมไปของ แมตต์ เวลส์ ผู้ช่วยโค้ชที่ได้รับการยอมรับสูง ซึ่งเพิ่งอำลาสเปอร์สไปคุมทีมโคโลราโด แรพิดส์ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐฯ
เวลส์คือโค้ชที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกมรับโดยเฉพาะ และแม้หลายคนจะมองว่าเขาเป็น “โค้ชของสโมสร” ที่อยู่มาก่อนยุคแฟรงค์ แต่ความจริงคือ เขาผ่านการสัมภาษณ์และถูกเลือกโดยแฟรงค์เองหลังรับตำแหน่งเฮดโค้ช
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า โค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาแทน จะเป็น “ตัวเลือกของแฟรงค์” โดยตรง หรือเป็นการเลือกของฝ่ายบริหาร ที่แฟรงค์เพียงแค่ให้ความเห็นชอบ
ในอดีต แดเนียล เลวี่ มักจะชอบมี “แผนสำรอง” ติดทีมไว้เสมอ หมายถึงสตาฟฟ์ที่ทางบอร์ดบริหารเลือกเข้ามาเอง เผื่อจำเป็นต้องใช้เป็นตัวเลือกชั่วคราวในอนาคต การแต่งตั้งคนแทนเวลส์ในครั้งนี้ จึงอาจสะท้อนว่า ตระกูลลูอิสกำลังมองไกลถึงยุคที่ไม่มีแฟรงค์หรือไม่ หรือพวกเขากำลังหนุนหลังเขาเต็มที่จริง ๆ
ปริศนา ฟาบิโอ ปาราติชี่
รายงานจากอิตาลีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬาร่วมของสเปอร์ส กำลังเจรจาเพื่อไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลของฟิออเรนติน่า
แม้ทั้งสโมสรและตัวปาราติชีจะยังไม่ออกมายืนยันข่าวนี้ และเขายังมาสนามในเกมที่สเปอร์สแพ้ลิเวอร์พูล แต่ความคลุมเครือนี้ก็สร้างคำถามให้แฟน ๆ ไม่น้อย
ปาราติชี่เพิ่งถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม หลังจากก่อนหน้านั้นทำงานในฐานะที่ปรึกษาระหว่างถูกแบนจากวงการฟุตบอล และกลับมาทำงานร่วมกับ โยฮัน ลังเก้ ในตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาคู่กัน
บางแหล่งข่าวมองว่า ข่าวเชื่อมโยงกับฟิออเรนติน่า อาจเป็นความพยายาม “ช่วงชิงอำนาจ” ภายในสเปอร์ส ของปาราติชี่ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดบทบาท หรือแม้แต่การอำลาทีมของลังเก้
แม้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ โครงสร้างฝ่ายบริหารด้านฟุตบอลที่ไม่มั่นคง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อแผนเสริมทัพ และสุดท้ายก็ย้อนกลับมากระทบโธมัส แฟรงค์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตลาดเสริมทัพเดือนมกราคม
ตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ มีความพิเศษอย่างมาก เพราะเป็นตลาดแรกของสเปอร์สในยุคที่ไม่มีเลวี่ และเป็นตลาดที่แฟรงค์จะได้ทำงานภายใต้อำนาจเต็ม ๆ ของเจ้าของทีม
ทุกคนรู้ดีว่าสเปอร์สจำเป็นต้อง “ซื้อให้ดี และขายให้เก่งขึ้น” หากหวังจะขยับระดับของทีม แต่บรรยากาศภายในสโมสรกลับสะท้อนว่า ดีลใหญ่ ๆ อาจถูกเลื่อนไปถึงซัมเมอร์หน้า
แฟรงค์เองก็ออกมาเตือนชัดว่า เขาไม่ต้องการให้สโมสร “ซื้อแค่เพราะต้องซื้อ” เพราะตลาดเดือนมกราคมขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงที่ทำธุรกิจได้ยาก และมักมีราคาที่สูงเกินจริง
คำถามสำคัญคือ พวกเขาควรทุ่มเงินสนับสนุนเป้าหมายของแฟรงค์ตั้งแต่ตอนนี้ หรือควรชะลอการลงทุน จนกว่าจะเห็นผลงานที่ชัดเจนกว่านี้
ขณะเดียวกัน สเปอร์สยังต้องพิสูจน์ตัวเองในบทบาท “ผู้ขาย” ด้วยเช่นกัน หากสามารถปล่อยนักเตะอย่าง เบรนแนน จอห์นสัน หรือ อีฟส์ บิสซูม่า ได้ในราคาที่ดี นั่นจะเป็นสัญญาณว่าเจ้าของทีมชุดนี้มีความสามารถด้านการบริหารตลาดไม่น้อย
คุมห้องแต่งตัวได้ไหม?
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแหลงข่าว Telegraph Sport เปิดเผยว่า มีนักเตะบางส่วนในทีมสเปอร์ส เริ่มตั้งคำถามกับแนวทางการทำงานของแฟรงค์ และจนถึงตอนนี้ ความสงสัยเหล่านั้นก็ยังไม่หายไป
แม้แฟรงค์จะเป็นที่ชื่นชอบโดยรวม และได้รับการยอมรับในฐานะคนทำงานหนัก แต่มีความรู้สึกว่าการสื่อสารเชิงแท็กติกของเขา มักโฟกัสไปที่คู่แข่งมากเกินไป จนละเลยการดึงศักยภาพของนักเตะตัวเองออกมา
เป็นเรื่องปกติที่ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนจะถูกใจนักเตะทุกคน แต่แฟรงค์จำเป็นต้องชนะใจ “แกนหลัก” ของทีมให้ได้ อาจต้องปรับวิธีคิด การสื่อสาร หรือไม่ก็ต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนความไม่เชื่อมั่นให้กลายเป็นศรัทธา
หากความสงสัยเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเมื่อไร นั่นคือสัญญาณอันตรายของจริง
โปรแกรมการแข่งขันที่อาจชี้ชะตาอนาคต
ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่า โปรแกรมการแข่งขันของสเปอร์สจนถึงสิ้นเดือนมกราคม คือช่วงที่อาจ “ชี้ชะตาทั้งฤดูกาล”
เกมกับ คริสตัล พาเลซ, เบรนท์ฟอร์ด, ซันเดอร์แลนด์, เวสต์แฮม และเบิร์นลีย์ ล้วนเป็นคู่แข่งที่ปกติแล้วสเปอร์สควรเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ
แต่ในความเป็นจริง สเปอร์สกำลังจะฉลองคริสต์มาสในอันดับ 14 ของตาราง และมีคะแนนน้อยกว่าฤดูกาลก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้
ยังไม่นับรวมเกมเอฟเอ คัพ รอบสาม กับแอสตัน วิลล่า และอีกสองนัดสุดท้ายในรอบลีกของแชมเปียนส์ลีก
ทั้งหมดนี้หมายความว่า พอถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ สเปอร์สอาจมี “ความหวังใหม่” หรือไม่ก็อาจต้องยอมรับว่า ฤดูกาลนี้แทบจะจบลงแล้ว
หากเจ้าของทีมยังคงสนับสนุนแฟรงค์หลังจบเดือนมกราคม เขาน่าจะได้โอกาสคุมทีมจนครบฤดูกาลแรก
แต่หากผลงานไม่กระเตื้องขึ้นเลย การยืนหยัดอยู่ข้างแฟรงค์ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
หากมองภาพรวมทั้งหมด ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้คือจุดตัดสินอนาคตของโธมัส แฟรงค์อย่างแท้จริง ทั้งในสายตาผู้บริหาร นักเตะ และแฟนบอล เพราะทุกปัจจัยกำลังทดสอบเขาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างสโมสรที่ยังไม่นิ่ง ตลาดนักเตะที่ต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวัง ความเชื่อมั่นในห้องแต่งตัว ไปจนถึงผลการแข่งขันที่เลี่ยงไม่ได้
ถ้าแฟรงค์พาสเปอร์สผ่านโปรแกรมโหดนี้ไปได้ พร้อมสัญญาณชัดเจนว่าเขาคุมทิศทางทีมอยู่จริง เขาจะได้ “เวลา” และ “ความไว้วางใจ” เพื่อสร้างทีมในแบบของตัวเอง แต่หากผลงานยังไม่กระเตื้อง คำถามว่าเขาใช่คำตอบระยะยาวหรือไม่ ก็จะดังขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะเงียบลงได้อีกต่อไป