การมาของ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ สู่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อาจไม่ได้เป็นดีลในฝันของแฟนบอลทุกคน แต่ในบริบทของสถานการณ์ตอนนี้ มันคือการเซ็นสัญญาที่ “เหมาะกับเวลา”
และตอบโจทย์ความจำเป็นของทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับ โธมัส แฟรงค์ ที่เพิ่งเข้ามารับงานท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านแบบนี้
กัลลาเกอร์คือดีลที่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว เขาเป็นนักเตะที่พร้อมใช้งานทันที รู้จักพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี และกำลังมองหาการกลับมาเล่นในอังกฤษ หลังจากสเปอร์สต้องเจอปัญหาใหญ่ในแดนกลาง
สเปอร์สต้องการมากกว่านักเตะใหม่ พวกเขาต้องการสัญญาณบางอย่างเพื่อบอกกับแฟนบอลว่า ฤดูกาลนี้ยังไม่ถูกปล่อยผ่านไปเฉย ๆ และกัลลาเกอร์คือคนที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนั้นได้ทันที ทั้งในแง่ความพร้อมและภาพลักษณ์ของทีม
ในแง่ประสบการณ์ กัลลาเกอร์ไม่ใช่นักเตะธรรมดา เขาผ่านการเล่นให้สโมสรระดับท็อปมาแล้ว ได้ซึมซับวัฒนธรรมของทีมใหญ่ และมีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นมืออาชีพ รวมถึงภาวะผู้นำ
ในวัย 25 ปี กัลลาเกอร์อยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม เขาไม่ใช่ดาวรุ่งที่ต้องรอเวลาเติบโต แต่ก็ยังไม่ใช่นักเตะที่ผ่านจุดพีคไปแล้ว แตกต่างจากแนวทางการเสริมทีมของสเปอร์สในช่วงหลัง
ที่มักเน้นผู้เล่นอายุน้อยเพื่ออนาคต อย่างกรณีของ เจา วิคเตอร์ ซูซ่า ดาวรุ่งวัย 19 ปีจากบราซิล ที่กำลังจะย้ายมาจากซานโตส ซึ่งหากทำผลงานได้ดีทันทีก็ถือเป็นโบนัส แต่ความคาดหวังจริง ๆ ยังต้องใช้เวลา
กัลลาเกอร์จึงถูกดึงเข้ามาเพื่อ “ตอนนี้” มากกว่า “รอเบ่งบานในวันข้างหน้า”
ในเชิงแท็กติก เขาสามารถสอดแทรกเข้าไปในระบบของโธมัส แฟรงค์ ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะยืนคู่กับ เจา ปาลินญา, อาร์ชี เกรย์ หรือ ป๊าป ซาร์ เมื่อกลับมาจากศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์
ส่วน อีฟส์ บิสซูมา ที่เพิ่งกลับมาจากทัวร์นาเมนต์เดียวกัน ก็กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของอนาคตกับสโมสร เพราะสัญญากำลังจะหมดลง และมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้อยู่ในแผนระยะยาว…
อีกจุดที่กัลลาเกอร์ช่วยทีมได้คือเรื่องการทำประตูจากแดนกลาง เขาเป็นนักเตะที่เติมเข้าเขตโทษอย่างมีเป้าหมาย และมีสถิติยิง 18 ประตูจาก 136 นัดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งดีกว่ากองกลางหลายคนของสเปอร์สในแง่อัตราการทำประตู นี่คือมิติที่ทีมขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กัลลาเกอร์ก็ไม่ได้เป็นคำตอบของทุกคำถาม เขาไม่ใช่นักเตะประเภทสร้างสรรค์เกมที่เล่นบอลสวยงาม ไม่ใช่คนที่จะคุมจังหวะเกมด้วยความละเมียดละไม หรือสร้างความตื่นตาตื่นใจแบบกองกลางระดับตำนาน เขาเป็นนักเตะที่เน้นพลัง ความขยัน การแย่งบอล และการพาบอลขึ้นหน้า
นี่อาจทำให้แฟนบอลบางส่วนรู้สึกว่า ทีมกำลังเลือก “นักเตะที่ขยัน” มากกว่า “นักเตะที่จะมาสร้างสรรค์ให้ทีม” แต่ก็ต้องยอมรับว่าทิศทางของพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน กำลังให้ความสำคัญกับพละกำลังและความแข็งแกร่งทางกายภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในแง่นี้ กัลลาเกอร์มีสไตล์ใกล้เคียงกับปาลินญ่ามากกว่าเบนตันกูร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในอนาคต โดยเฉพาะออปชั่นซื้อขาดปาลินญ่าในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่กองกลางคนอื่น ๆ อย่าง เบนตันกูร์, ซาร์ และเกรย์ ต่างมีสัญญาระยะยาวอยู่แล้ว ทำให้สโมสรต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ
โธมัส แฟรงค์ เคยเลือกใช้เบนตันกูร์ในบทบาทมิดฟิลด์ตัวต่ำ เพราะความสามารถในการเล่นในพื้นที่แคบและการครองบอลที่ปลอดภัย ซึ่งสำคัญมากเมื่อต้องเจอกับทีมที่เพรสซิ่งสูง กัลลาเกอร์อาจไม่ใช่นักเตะแบบนั้น เขาเพิ่มความเร็วและพลังให้แดนกลางได้ แต่ไม่ได้เพิ่มจินตนาการหรือความพลิกแพลงมากนัก
ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพของกัลลาเกอร์ชัดเจนขึ้น เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่ยกระดับรูปแบบการเล่นของสเปอร์สให้ดูสวยงามขึ้นทันที และอาจไม่ใช่ตัวเลือกของสโมสรระดับแชมเปียนส์ลีกในฐานะตัวหลักระยะยาว แต่สำหรับสเปอร์สในสถานการณ์ปัจจุบัน
นี่คือดีลที่อาจช่วยให้ทีม “ดีขึ้น” และในช่วงเวลาที่ทีมต้องการความมั่นคงมากกว่าความฝัน นั่นอาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดแล้ว