งานเลี้ยงมีวันเลิกรา! เบื้องหลัง “แพร์ แมร์เตซัคเกอร์” อำลาอาร์เซน่อล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เบื้องหลังการตัดสินใจอำลาถิ่นปืนใหญ่ของแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ จากเสาหลักเฮล เอนด์ สู่ทางแยกบทใหม่ในเส้นทางผู้บริหารฟุตบอล

 

เมื่อแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ แจ้งกับผู้บริหารอาร์เซน่อลว่าเขาจะออกจากตำแหน่งผู้จัดการอะคาเดมีหลังจบฤดูกาลนี้ มิเกล อาร์เตต้า รับรู้ข่าวนี้มาอย่างดี
เริ่มจากทั้งสองคนย้ายมาที่อาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ปี 2011 พร้อมกันในฐานะนักเตะ พวกเขามีกันและกันมาโดยตลอด จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสโมสร

15 ปีผ่านไป วันนี้อาร์เตต้าเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ ส่วนแมร์เตซัคเกอร์คือผู้ดูแล “เฮล เอนด์” ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร 

แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับทัพปืนใหญ่ Reuters/EDDIE KEOGH
แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับทัพปืนใหญ่
แหล่งข่าวระบุว่า การประกาศอำลาตำแหน่งของแมร์เตซัคเกอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ได้สร้างความตกใจแบบไม่ทันตั้งตัวเสียทีเดียว เพราะคนในสโมสรบางส่วนรับรู้ถึงความเป็นไปได้นี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ในช่วงต้นปี 2024 แมร์เตซัคเกอร์เริ่มเข้าเรียนหลักสูตร “Technical Director” หรือผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ซึ่งเขาเรียนจบในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลักสูตรดังกล่าวเน้นเรื่องการบริหารระดับบอร์ด การจัดการทีมประสิทธิภาพสูง และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

ซึ่งทำให้ คนรอบตัวในสโมสรจึงมองว่าเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ตัวแมร์เตซัคเกอร์ จะมองหาความท้าทายในระดับผู้บริหารมากกว่าบทบาทเดิมในอะคาเดมี

ว่ากันว่า อาร์เซน่อลกำลังพิจารณาปรับทิศทาง โดยมองหาผู้สืบทอดตำแหน่งที่มีประสบการณ์ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาใต้ เพื่อให้สามารถดึงศักยภาพของตลาดเยาวชนระดับโลกมาใช้ได้ดีกว่าที่ผ่านมา

ตัวอย่างชัดเจนคือเมื่อเดือนที่แล้ว อาร์เซน่อลเซ็นสัญญากับแฝดชาวเอกวาดอร์วัย 16 ปี เอ็ดวิน และ โฮลเกอร์ ควินเตโร่ 
ซึ่งทั้งคู่จะย้ายมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการในฤดูกาลหน้าเมื่ออายุครบ 18 ปี และนี่อาจเป็นสัญญาณว่าทีมกำลังจะให้ความสำคัญกับตลาดนักเตะเยาวชนต่างชาติมากขึ้น

แหล่งข่าวระบุว่า แมร์เตซัคเกอร์เคยเห็นเส้นทางของ เบน แน็ปเปอร์ อดีตผู้จัดการฝ่ายยืมนักเตะของอาร์เซน่อล ที่ออกจากสโมสรไปเป็นผู้อำนวยการกีฬาของนอริช ซิตี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 หลังจากเรียนปริญญาโทด้าน Sporting Directorship ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิแทน ระหว่างปี 2018–2021

เส้นทางนั้นทำให้แมร์เตซัคเกอร์อยากพัฒนาตัวเองไปอีกขั้นเช่นกัน แต่ในโครงสร้างของอาร์เซน่อลปัจจุบัน โอกาสดังกล่าวแทบไม่มี เพราะสโมสรได้แต่งตั้ง อันเดรีย แบร์ต้า เป็นผู้อำนวยการกีฬา และ เจมส์ คิง เป็นผู้อำนวยการเทคนิคไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ เส้นทางการเติบโตภายในสโมสรจึงแทบปิดตายสำหรับเขา ไม่ว่าจะมองว่าเป็นเรื่องที่คาดเดาได้หรือไม่ การลาทัพปืนใหญ่ของแมร์เตซัคเกอร์ยังคงเป็นสิ่งที่คนในสโมสรต้องใช้เวลาทำใจ 

ตั้งแต่ทีมงานระดับล่างไปจนถึงผู้บริหาร เพราะเขาคือบุคคลที่ได้รับความเคารพและชื่นชมอย่างกว้างขวาง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในเฮล เอนด์ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ถูกยกย่องมากที่สุดในยุคของเขา ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ในสนาม แต่คือวัฒนธรรมและการดูแลสวัสดิภาพนักเตะเยาวชน แมร์เตซัคเกอร์ให้ความสำคัญกับการปั้นนักเตะมาก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ พร้อมทั้งสำหรับเส้นทางอาชีพในวงการฟุตบอล หรือชีวิตนอกสนามในอนาคต

แหล่งข่าวรายหนึ่งเล่าว่า “เขาทำได้ดีมากในการปรับทัศนคติของนักเตะและเปลี่ยนวัฒนธรรมภายในอะคาเดมี ถ้าคุณติดต่อเขา เขาคือคนที่ตอบกลับเร็วที่สุดในสโมสร ส่งอีเมลหรือข้อความไป เขาจะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีใครเหมือนเขา

เขาดูแลผู้ปกครองได้ดีมาก ถ้าลูกคุณได้สัญญาหรือทุนการศึกษา เขาจะเป็นคนโทรบอกเอง และถ้าลูกคุณต้องถูกปล่อยตัว เขาก็เป็นคนที่โทรบอกเช่นกัน

เขาเคยโทรมาบอกผมว่านักเตะของผมจะไม่ได้ต่อสัญญา เขาอธิบายอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ให้กำลังใจ และช่วยแนะนำแนวทางในอนาคต เขาเป็นคนมืออาชีพ มีความเห็นอกเห็นใจ พูดตรง และสื่อสารได้ดีมาก

แน่นอนว่าผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาเป็นคนดีที่ต้องทำงานยาก ๆ”

ในช่วงหลัง หนึ่งในความสำเร็จของเฮล เอนด์คือการผลิตนักเตะคุณภาพที่อาร์เตต้านำขึ้นมาใช้กับทีมชุดใหญ่ ช่วยประหยัดเงินค่าตัวให้สโมสรได้มหาศาล ไม่ว่าจะเป็น อีธาน เอ็นวาเนรี, ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ หรือ แม็กซ์ ดาวแมน

อย่างไรก็ตาม ผลงานในระดับเยาวชนไม่ได้สวยงามทั้งหมด ทีม U18, U19 และ U21 ชนะรวมกันเพียง 2 นัด ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา จากการแข่งขัน 23 นัด 

แม้แนวคิดหลักของสโมสรจะมองว่าการปั้นนักเตะขึ้นชุดใหญ่ได้ 1–2 คน สำคัญกว่าผลการแข่งขันในระดับเยาวชน แต่สถิติเช่นนี้ก็ยังถือว่าน่ากังวล

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่าอาร์เซน่อลควรสร้างรายได้จากนักเตะอะคาเดมีที่ไม่สามารถก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ได้มากกว่านี้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างแมนฯ ซิตี้ และเชลซี

แม้ “ปืนใหญ่” จะขายนักเตะจากอะคาเดมีได้ดีในช่วงหลัง เช่น โฟลาริน บาโลกัน, เอมิล สมิธ โรว์ และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ แต่ก็ยังถือว่าสเกลรายได้ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่พอสมควร

สำหรับตอนนี้ แมร์เตซัคเกอร์ยังคงโฟกัสกับการทำหน้าที่ช่วงสุดท้ายอย่างมืออาชีพเช่นเดิม คาแร็กเตอร์ที่เป็นมิตร เปิดกว้าง และจริงใจของเขาจะเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดถึง

และไม่ว่าใครจะเข้ามารับช่วงต่อ งานที่รออยู่ข้างหน้าไม่ได้มีแค่การพัฒนานักเตะเท่านั้น แต่คือการรักษาวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ทิ้งไว้ให้กับเฮล เอนด์ เพื่อพัฒนาทัพปืนใหญ่ต่อไป…
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ