บอร์ฆา อิเกลเซียส คือหนึ่งในกองหน้าที่ทำประตูได้มากที่สุดของลาลีกา สเปน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขายังคงเป็นนักเตะที่กล้าออกมาพูดถึงปัญหาการถูกแฟนบอลใช้ถ้อยคำเหยียดเพศอย่างตรงไปตรงมา
อิเกลเซียสเป็นกองหน้ามากประสบการณ์ ลงเล่นในลาลีกามากกว่า 200 นัด และเคยติดทีมชาติสเปนมาแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ตกเป็นเป้าของคำดูถูกเชิงเหยียดเพศมาโดยตลอด ซึ่งเขาไม่เคยเลือกที่จะนิ่งเฉยหรือปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไปเงียบ ๆ
ซึ่งนอกจากฟุตบอล สิ่งที่ทำให้อิเกลเซียสถูกพูดถึงเสมอ คือ “เล็บที่ทาสี” ของเขา สัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่กลับสร้างแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ในวงการลูกหนังสเปน
เขาเล่าว่า ครั้งแรกที่เริ่มทาเล็บคือช่วงการประท้วง Black Lives Matter เขาเลือกทาเล็บสีดำ เพื่อ “เตือนตัวเอง” ว่ามีบางอย่างในสังคมที่ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ คำพูดบางคำที่คนเคยชินกับมัน ทั้งที่มันไม่ควรจะถูกพูดเลย
ต่อมา สีเล็บเปลี่ยนไป แต่สารไม่เปลี่ยน จากการต่อต้านการเหยียดผิว ไปสู่การต่อต้านการเหยียดเพศ และในที่สุด มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเอง
แน่นอน เสียงวิจารณ์ตามมา โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย แต่แทนที่จะโต้กลับด้วยอารมณ์ อิเกลเซียสเลือกค่อย ๆ อธิบาย ว่าทำไมมันถึงสำคัญ และทำไมนักฟุตบอลไม่ควรเงียบ เมื่อเห็นความไม่เป็นธรรม
เขาเชื่อว่าฟุตบอลมีหน้าที่ “สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย” และหวังว่าคนรุ่นใหม่จะเติบโตมาพร้อมมุมมองที่เปิดกว้างกว่าเดิม เขาเชื่อว่า เรื่องอัตลักษณ์ทางเพศคือเรื่องปกติ และไม่ควรมีใครต้องโดนเหยียด
อย่างไรก็ดี อิเกลเซียสไม่เคยบอกว่าทุกคนต้องออกมาพูดเหมือนเขา เขาเข้าใจดีว่านักฟุตบอลจำนวนมากรู้สึกเปราะบาง กลัวการถูกโจมตี และกลัวการก้าวออกจากกรอบ แต่เขาย้ำว่า
.
ไม่มีใครจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่เกิด ฟุตบอลให้อภิสิทธิ์อย่างหนึ่งกับผู้เล่น นั่นคือโอกาสได้พบผู้คนมากมาย และเรียนรู้โลกที่กว้างกว่าสนามหญ้า นักเตะทุกคนมีสิทธิ์และเสียงเท่ากัน
ล่าสุด หลังเหตุการณ์หนึ่งถูกบันทึกภาพไว้ได้และถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย การต่อสู้ของอิเกลเซียสไม่ได้มีแค่ตัวเขาเพียงลำพังอีกต่อไป เพราะทั้งสโมสรเซลต้า บีโก้ และลาลีกา ออกมายืนอยู่ข้างเขาอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกมที่เซลต้า บีโก้ บุกชนะเซบีญ่า 1-0 โดยอิเกลเซียสถูกแฟนบอลเจ้าถิ่นตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง
กองหน้าวัย 32 ปี ตอบโต้เหตุการณ์นี้ด้วยความประชดประชันผ่านโซเชียลมีเดียว่า “แปลกจัง เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลเลยสินะ”
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ลาลีกาเองก็ออกมาแสดงจุดยืนผ่านบัญชี X ของลีก โดยโพสต์ข้อความว่า
“ในฟุตบอลของเรา ไม่มีที่ว่างสำหรับการเหยียดเพศ ลาลีกาขอประณามความเกลียดชังทุกรูปแบบ #LALIGAVSHOMOFOBIA”
เหตุการณ์ล่าสุดเป็นเพียงหนึ่งในหลายครั้งที่อิเกลเซียสต้องเผชิญกับคำเหยียด โดยฤดูกาลนี้เขายิงไปแล้ว 7 ประตู รั้งอันดับร่วมที่ 6 ของดาวซัลโวลาลีกา
เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังเกมที่เซลต้าแพ้บาร์เซโลนา 3-4 ซึ่งอิเกลเซียสยิงแฮตทริกได้ครบทั้งสามประตู เขาออกมาเปิดเผยข้อความเหยียดที่ได้รับเป็นประจำในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะจากภาพที่เขาโพสต์พร้อมเล็บมือที่ทาสี
เขากล่าวในตอนนั้นว่า
“เรายังใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่การเคารพผู้อื่นเป็นเรื่องห่างไกล มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่สนามฟุตบอลยังเต็มไปด้วยคำเหยียดเชื้อชาติและเหยียดเพศ”
ซึ่งการที่ลาลีกาเลือกออกมาพูดอย่างชัดเจนถือว่าสำคัญมาก เพราะลีกนี้เป็นลีกฟุตบอลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และหากเทียบกับลีกกีฬาอื่น ๆ มีเพียง NFL, NBA, MLB และ NHL เท่านั้นที่สร้างรายได้มากกว่า
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฟุตบอลสเปนเผชิญปัญหาการเลือกปฏิบัติในหลายรูปแบบ นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง ลามีน ยามาล และ วินิซิอุส จูเนียร์ ถูกเหยียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องมีการเพิ่มมาตรการปิดสนามและดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจัง
แต่ในขณะที่การเหยียดเชื้อชาติถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง การเหยียดเพศกลับไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมา จนทำให้หลายคนในชุมชน LGBTQ ที่อยู่ในวงการฟุตบอลสเปนรู้สึกว่า ปัญหานี้ไม่เคยถูกให้ความสำคัญอย่างแท้จริง
การที่ยังไม่มีนักเตะเกย์หรือไบเซ็กชวลที่เปิดเผยตัวในระดับสูงสุดของฟุตบอลสเปน ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เรื่องนี้ถูกมองข้าม ทั้งที่แม้แต่การ “ทาเล็บ” ก็ยังเพียงพอจะจุดชนวนความเกลียดชังจากแฟนบอลบางกลุ่มได้…
บางที หลายคนอาจยังรู้สึกว่าอะไรไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ในเวลานี้ อย่างน้อยที่สุด บอร์ฆา อิเกลเซียส ก็ทำให้ลาลีกาจำเป็นต้องหันกลับมามองปัญหานี้อย่างจริงจังอีกครั้ง