"เอ็มม่า ราดูคานู" เมื่อชัยชนะที่ตามหาแลกมาด้วยโค้ชคนที่ 10

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อาถรรพ์แชมป์ที่ยังวนลูป! เจาะลึกดราม่า 'เอ็มม่า ราดูคานู' กับการแยกทางโค้ชอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอยังหาจังหวะที่ใช่ไม่เจอสักที?

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการเทนนิสโลกอีกครั้งสำหรับ "เอ็มม่า ราดูคานู" นักเทนนิสสาวดาวรุ่งมือ 1 ของอังกฤษ ที่ล่าสุดประกาศแยกทางกับโค้ชฝีมือดีอย่าง "ฟรานซิสโก้ โรอิค" เป็นที่เรียบร้อย 

หลังจากการร่วมงานกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 6 เดือน ท่ามกลางความงุนงงของแฟนกีฬา เพราะการแยกทางครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งบรรลุข้อตกลงในการขยายสัญญาความร่วมมือออกไปอีกหนึ่งปีเต็ม 
 

เอ็มม่า ราดูคานู Reuters/Tingshu Wang
เอ็มม่า ราดูคานู
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและแรงกดดันมหาศาลที่กัดกินความสัมพันธ์ภายในทีมของเธอมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

รอยร้าวเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในศึกแกรนด์สแลมแรกของปีอย่าง "ออสเตรเลียนโอเพ่น" หลังจากราดูคานูต้องพ่ายแพ้ให้กับ อนาสตาเซีย โปตาโปวา ไปแบบน่าเสียดายในรอบที่สอง 

ซึ่งไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง แต่เป็น "สไตล์การเล่น" ที่ดูสับสนและไร้ทิศทางอย่างเห็นได้ชัด หลังจบแมตช์นั้น เอ็มม่าได้ให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณบอกเหตุของการแยกทางว่า:

"ฉันต้องการกลับไปเล่นในแบบที่ฉันถนัด ฉันแค่อยากหวดลูกให้หนักและเข้ามุมสนามเหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆ แต่ในตอนนี้ฉันถูกสั่งให้ลองใช้เทคนิคที่หลากหลายเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการและมันไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ฉันคาดหวัง"

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันของตัวเธอกับโค้ชอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคนหนึ่งต้องการความเรียบง่ายและดุดัน แต่อีกคนพยายามใส่รายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนเกินไป จนนำไปสู่บทสรุปที่ว่าการเดินทางร่วมกันครั้งนี้ไม่อาจไปต่อได้อีก

ซึ่งสำหรับ "ฟรานซิสโก้ โรอิค" เขาคือโค้ชที่มีประวัติการทำงานระดับตำนาน โดยเฉพาะการเป็นส่วนสำคัญในทีมงานเบื้องหลังความสำเร็จของ "ราฟาเอล นาดาล" มาอย่างยาวนานถึง 18 ปี 

รวมถึงเคยช่วยขัดเกลาฝีมือให้กับนักเทนนิสชื่อดังอย่าง มัตเตโอ แบร์เรตตินี อีกด้วย ชื่อเสียงของโรอิคนั้นโดดเด่นมากในฐานะ "สุดยอดโค้ชสายเทคนิค" ที่สามารถวิเคราะห์วงสวิงและการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ

ทว่า ความเก่งกาจระดับโลกนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมเมื่อต้องร่วมงานกับราดูคานู ในช่วงฝึกซ้อม โรอิคพยายามปรับเปลี่ยนการตีโฟร์แฮนด์ของเธอใหม่ โดยเน้นการดึงวงสวิงไปด้านหลังให้ยาวขึ้น เพื่อให้สามารถทำให้ลูกให้มีสปินมากขึ้นและควบคุมทิศทางได้ดีขึ้นในระยะยาว 

แต่ทว่าเมื่อต้องลงสนามจริงที่เมลเบิร์น เทคนิคที่เพิ่งฝึกมากลับกลายเป็นจุดอ่อน เอ็มม่าพบว่าเธอไม่สามารถปรับจังหวะการตีให้ทันลูกที่พุ่งเข้ามาเร็วได้ จนทำให้เกิดความผิดพลาด และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะทิ้งเทคนิคใหม่นี้กลางคันเพื่อเอาตัวรอดในเกม

โค้ชคนต่อไปของเอ็มม่า จะถือเป็นโค้ชคนที่ 10 ในชีวิตการค้าแข้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับนักกีฬาที่มีอายุเพียง 20 ปีต้น ๆ นักวิเคราะห์กีฬาหลายคนเริ่มเปรียบเทียบนิสัยของเธอกับ แอนดี เมอร์เรย์ยอดนักเทนนิสรุ่นพี่ชาวอังกฤษ ในเรื่องของการเป็นคน "ช่างคิดและช่างตั้งคำถาม" 

เอ็มม่ามักจะตั้งคำถามเชิงลึกกับโค้ชเกี่ยวกับทุกรายละเอียดของเทคนิค ซึ่งในแง่หนึ่งมันคือความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันอาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่เคยพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ 

เมื่อใดก็ตามที่เกิดอุปสรรคหรือความพ่ายแพ้ สัญชาตญาณแรกของเธอคือการกลับไปแก้ไขเทคนิคที่ "สนามซ้อม" แทนที่จะเรียนรู้การปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในสนามจริง ความหมกมุ่นในการหาความสมบูรณ์แบบทางเทคนิคนี้เองที่ทำให้เธอสูญเสีย "ความมั่นใจ" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เคยพาเธอไปถึงแชมป์ ยูเอส โอเพ่น

นับตั้งแต่สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น ในฐานะมือควอลิฟายเมื่อ 4 ปีครึ่งก่อน ชีวิตของเอ็มม่าก็วนเวียนอยู่กับการลองผิดลองถูก

และการเปลี่ยนโค้ชไม่รู้จบ เธอพยายามที่จะกลับไปยืนในจุดเดิมให้ได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับขาดความสม่ำเสมออย่างน่าใจหาย

นอกจากเรื่องของโค้ชแล้ว ปัญหา "สภาพร่างกาย" ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งเธอไว้ ล่าสุดอาการบาดเจ็บที่เท้าในช่วงปรีซีซั่นทำให้เธอเสียจังหวะการฝึกซ้อมที่สำคัญไป ส่งผลให้ผลงานในออสเตรเลียดูจะต่ำกว่ามาตรฐานที่แฟน ๆ คาดหวัง 
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ