Top-Songkran69 Top-Songkran69

ตามหลักจิตวิทยา! เบื้องหลังการทุบแร็กเกตของ "ดานิล เมดเวเดฟ"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การทุบแร็กเกตไม่ใช่แค่ความหัวร้อน แต่คือผลของแรงกดดัน การควบคุมอารมณ์ และจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในทุกแต้มของนักเทนนิส

ในสนามเทนนิสที่ดูเรียบร้อย สุภาพ และเต็มไปด้วยภาพของการควบคุมอารมณ์ จริง ๆ แล้วมันซ่อนแรงกดดันมหาศาลเอาไว้ในทุกแต้ม ทุกจังหวะ และทุกการตัดสินใจ 

นักกีฬาต้องเผชิญกับความคาดหวังของตัวเอง เสียงเชียร์จากคนดู รวมถึงสถานการณ์ในเกมที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยเฉพาะในการแข่งขันเดี่ยวที่ไม่มีใครช่วยแบ่งเบาความผิดพลาดได้เลย เมื่อพลาดหนึ่งครั้ง มันไม่ใช่แค่เสียแต้ม แต่มันคือความรู้สึกที่ค้างอยู่ในหัว และพร้อมจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ยากจะควบคุม…
 

เมดเวเดฟ กับการทุบแร็กเกต Reuters/Manon Cruz
เมดเวเดฟ กับการทุบแร็กเกต

และในบางวินาทีที่ความกดดันทั้งหมดพุ่งชนกัน อารมณ์ก็อาจหลุดออกมาในรูปแบบที่ตรงไปตรงมาที่สุด นั่นคือการทุบแร็กเกต ภาพของการเหวี่ยง ฟาด หรือทำลายอุปกรณ์ตรงหน้า อาจดูรุนแรง 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือการปลดปล่อยความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้มาตลอดทั้งเกม เป็นช่วงเวลาที่นักกีฬาไม่ได้กำลังสู้กับคู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่กำลังต่อสู้กับตัวเอง และพยายามหาทางเอาความนิ่งกลับคืนมาให้ได้เร็วที่สุด

และล่าสุดกับเกมที่ดานิล เมดเวเดฟ นักเทนนิสมือ 10 ของโลกจากรัสเซีย ต้องเจอกับ มัตเตโอ แบร์เรตตินี นักหวดชาวอิตาลี ที่อยู่ถึงอันดับ 90 ของอันดับเทนนิสโลก ในรายการเทนนิสมอนติ-คาร์โล มาสเตอร์ส 2026 

แน่นอนว่าแค่อันดับก็บอกทุกอย่างแล้ว…ทั้งคู่ห่างกันแบบคนละชั้น และในสายตาใคร ๆ เกมนี้ควรจะเป็นงานง่ายของเมดเวเดฟ ที่น่าจะผ่านไปได้แบบไม่ต้องลุ้นมากด้วยซ้ำ 

แต่กลายเป็นว่าเขาพลาดลูกง่าย ๆ ติดต่อกันจนหัวเสีย ก่อนจะระบายอารมณ์ใส่แร็กเกตของตัวเองแบบไม่ยั้ง ทั้งขว้าง ฟาด และกระแทกกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำอีก สุดท้ายพังยับ และเขาก็แพ้แบบหมดรูป 6-0, 6-0 เป็นครั้งแรกในอาชีพที่เขาแพ้เกมศูนย์ 2 เซ็ตรวดแบบนี้

ภาพแบบนี้เราเห็นกันบ่อยมากในเทนนิส จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะมันคือช่วงเวลาที่ “นักกีฬาหลุดจากการควบคุมตัวเอง” ซึ่งแฟน ๆ ดูแล้วก็เข้าใจได้ทันที ต่อให้ไม่เคยเป็นนักเทนนิส ก็คงเคยมีโมเมนต์ที่หงุดหงิดจนอยากปาอะไรสักอย่าง (มีใครเคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม?)

ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทุบแร็กเกตมันมีหลายแบบ บางคนเลือกฟาดลงพื้น ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้แร็กเกตพังจริง และยังควบคุมทิศทางได้ ไม่อันตรายกับคนอื่นมากนัก นักเทนนิสระดับโลกอย่าง โนวัค ยอโควิช หรือ เซเรนา วิลเลียมส์ ก็เคยทำมาแล้ว

แต่บางคนก็บียอนด์ไปไกลกว่านั้น อย่าง อังเดรย์ รูเบลฟ ที่เคยเอาแร็กเกตฟาดใส่ขาตัวเอง เพราะทุบพื้นไม่ได้ตามกติกา หรือในอดีต มิคาอิล ยุซนี่ย์ ถึงขั้นเอาแร็กเกตฟาดหน้าผากตัวเองจนเลือดออก ซึ่งเป็นวิธีที่ทั้งไม่ช่วยให้แร็กเกตพัง และยังทำร้ายตัวเองโดยตรงอีกต่างหาก

ในทางจิตวิทยา มันคือการระบายความกดดันที่สะสมอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว ที่สอดคล้องกับแนวคิดที่เรียกว่า Catharsis กีฬาที่มักแข่งขันเดี่ยวอย่างเทนนิสบังคับให้นักกีฬารับผิดชอบทุกจังหวะด้วยตัวเอง เมื่อพลาดเพียงครั้งเดียว ความหงุดหงิดสามารถพุ่งขึ้นมาได้ทันที 

และในบางวินาที อารมณ์ก็เข้าควบคุมแทนเหตุผล การทุบแร็กเกตจึงกลายเป็นวิธีปลดปล่อยความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา แม้มันจะไม่ได้ช่วยให้ฟอร์มดีขึ้นเสมอไป แต่ในช่วงเวลานั้น มันคือการคลายแรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน 

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมนี้ก็สะท้อนตัวตนของนักกีฬาออกมาได้อย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่าบางคนเลือกปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างดุดัน ในขณะที่บางคนอย่าง ราฟาเอล นาดาล กลับเลือกเก็บทุกอย่างไว้ในใจ 

เพราะมองว่าการแสดงความหงุดหงิดออกไป อาจกลายเป็นช่องให้คู่แข่งมองเห็นความเปราะบาง และใช้เป็นความได้เปรียบได้

ถึงจะมีบทลงโทษ ทั้งค่าปรับหรือคำเตือน แต่นักกีฬาหลายคนก็ยังเลือกจะทำ เพราะในบางวินาที อารมณ์มันพุ่งขึ้นมาเร็วกว่าที่เหตุผลจะตามทัน อย่างที่ อังเดรย์ รูเบลฟ เคยยอมรับว่า เขาแค่ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

สุดท้ายแล้ว การทุบแร็กเกตจึงไม่ใช่แค่ภาพของความหัวร้อน แต่มันคือด้านที่จริงที่สุดของกีฬา ที่เผยให้เห็นว่า ต่อให้เป็นนักกีฬาระดับโลก พวกเขาก็ยังหนีไม่พ้นความเป็นมนุษย์…

Bottom-Songkran69 Bottom-Songkran69

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

alt="เมดเวเดฟ กับการทุบแร็กเกต"

ซังต์ เพาลี

VS
alt="เมดเวเดฟ กับการทุบแร็กเกต"

บาเยิร์น มิวนิค

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ