จากกรณีที่ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า สวมหมวกทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่มีตัวอักษร USA ขณะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งแรก ที่ สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำตรงนี้ ประธานฟีฟ่า ได้ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎที่เข้มงวดของฟีฟ่าซึ่งด้านข้างหมวกมีตัวเลข '45-47' ซึ่งหมายถึงวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 สมัยของโดนัลด์ ทรัมป์
เรื่องนี้ ดันแคน คาสเซิลส์ นักข่าวชื่อดังจากหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ ได้แสดงความคิดเห็นต่อคลิปวิดีโอและภาพดังกล่าว โดยเขียนข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “จรรยาบรรณของฟีฟ่า มาตรา 14.3 ระบุว่า ‘บุคคลที่อยู่ภายใต้จรรยาบรรณนี้ต้องตระหนักถึงผลกระทบที่การกระทำของตนอาจมีต่อชื่อเสียงของฟีฟ่า ดังนั้นจึงต้องประพฤติตนอย่างมีศักดิ์ศรีและมีจริยธรรม และกระทำการด้วยความน่าเชื่อถือและซื่อตรงอย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา’”
"มาตรา 15.1: 'ในการติดต่อกับสถาบันของรัฐ องค์กรระดับชาติและนานาชาติ สมาคม และกลุ่มต่างๆ บุคคลที่ผูกพันตามประมวลจริยธรรมนี้ นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎพื้นฐานของมาตรา 14 แล้ว จะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของฟีฟ่า สมาพันธ์ สมาคม ลีก และสโมสรต่างๆ และโดยทั่วไปแล้วจะต้องประพฤติตนในลักษณะที่สอดคล้องกับหน้าที่และความซื่อสัตย์สุจริตของตน'”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินฟานติโน่ และประธานาธิปดี ทรัมป์ ถือว่าสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันโดยเฉพาะช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่ทวีปอเมริกาเหนือ โดยประธานฟีฟ่าเป็นผู้มอบรางวัลสันติภาพครั้งแรกของฟีฟ่าให้แก่ทรัมป์ ซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงกันในระหว่างการจับสลากแบ่งสฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2025
นอกจากนี้ในการให้สัมภาษณ์กับ Sky News เมื่อต้นกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อินฟานติโน่ ยังได้ตอบโต้อย่างหนักแน่นต่อเสียงเรียกร้องที่เพิ่มมากขึ้นให้ยึดรางวัลของทรัมป์ คืน "ถ้ามองอย่างเป็นกลาง เขาสมควรได้รับมัน” ประธานฟีฟ่า วัย 55 ปี เผย
โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่า ได้ถูกเรียกร้องให้ตรวจสอบ อินฟานติโน่ลังมีการกล่าวหาว่าเขาละเมิดกฎความเป็นกลางทางการเมืองขององค์กรจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ