ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก เรอัล มาดริด แชมป์ 15 สมัย จะเปิดซานติอาโก เบอร์นาเบว รับการมาเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดึกคืนวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
สถิติก่อนเกมที่น่าสนใจ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพบกับ เรอัล มาดริด เป็นครั้งที่ 16 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 5 นัด) ซึ่งมากกว่าการพบกับทีมอื่นในรายการนี้ถึง 2 เท่า (บาเยิร์น มิวนิค - 8 ครั้ง) แมตช์นี้จะเป็นครั้งแรกที่ 2 ทีมพบกันในรอบน็อกเอาต์ของรายการนี้ติดต่อกันถึง 5 ฤดูกาล
มีเพียงบาเยิร์น มิวนิค (8 นัด) และ ยูเวนตุส (7 นัด) เท่านั้นที่ชนะเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (5 นัด) ซึ่งเอาชนะเรอัล มาดริด ไปได้ 2-1 ในรอบลีก เฟส ฤดูกาลนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูก เรอัล มาดริด เขี่ยตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวม 4 ครั้ง เป็นทีมเดียวที่เขี่ยพวกเขาตกรอบมากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งรวมถึงรอบก่อนรองชนะเลิศใน 2 ฤดูกาลล่าสุด 2023-24 และรอบเพลย์ออฟ 2024-25
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะคุมทีมลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี่ยนส์ลีก (พบ เรอัล มาดริด) เป็นนัดที่ 190 เทียบเท่าสถิติของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (190 นัด) หลังจบเกมนี้ กวาร์ดิโอล่า จะตามหลัง คาร์โล อันเชล็อตติ (218 นัด) ในลิสต์ผู้จัดการทีมที่คุมทีมลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกมากที่สุด
ก่อนเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำประตูได้มากที่สุดจากการสร้างเกมรุก (6 ประตู) ในยูฟ่า แชมเปีเยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ขณะที่ไม่มีทีมใดทำประตูจากบอลไดเร็กได้มากกว่าเรอัล มาดริด (4 ประตู เท่ากับ เบนฟิก้า) ราชันชุดขาว ยังอยู่อันดับหนึ่งการโจมตีโดยตรงทั้งหมด (31 ครั้ง) ในฤดูกาลนี้
นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2019-20 (ฤดูกาลแรกของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์) มีเพียง 4 นักเตะเท่านั้นที่ทำประตูและมีส่วนร่วมกับประตูมากกว่า 50 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย 3 แข้งในนั้นเล่นให้กับเรอัล มาดริด (คีเลียน เอ็มบัปเป้ 71 ประตู, วินิซิอุส จูเนียร์ 55 ประตู) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ 61 ประตู) ร่วมทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (63 ประตู)