ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาที่น่าเชื่อถือของอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการที่ คอลเล็ตต์ โรช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาสนามใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่าโครงการยักษ์ใหญ่ มูลค่า 2,000 ล้านปอนด์ อาจต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานกว่าที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ และการวางเสาเข็มอาจถูกเลื่อนไปจนถึงปี 2027 เป็นอย่างน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วม และ โอมาร์ เบอร์ราด้า ซีอีโอสโมสร เคยตั้งเป้าเปิดสนามใหม่ให้ทันปี 2030
โดยสาเหตุที่การวางเสาเข็มคือการกว้านซื้อที่ดินทางทิศตะวันตก ที่ค่าที่ดินสูงกว่าที่ประเมินไว้ถึง 8 เท่า โดย Freightliner บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีการเรียกค่าที่ดินสูงถึง 400 ล้านปอนด์ จากเดิมที่มีการประเมินไว้เพียง 50 ล้านปอนด์เท่านั้น ทำให้ตอนนี้อาจต้องใช้คำสั่งเวนคืนที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ
"เราบอกไปแล้วว่าการก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้าปี"
"คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเราอาจจะสร้างสนามกีฬาเสร็จภายในปี 2030 แต่จริงๆ แล้วต้องใช้เวลาเตรียมการก่อนก่อสร้างประมาณหนึ่งหรือสองปี ทั้งการจัดหาที่ดิน การจัดหาเงินทุน และการขออนุญาตก่อสร้าง"
"นั่นคือส่วนที่เรากำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ เรายังไม่ได้กำหนดวันเปิดทำการ แต่เรากำลังดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้" คอลเล็ตต์ โรช กล่าวในรายการพอดแคสต์ Inside Carrington ของสโมสร
อย่างไรก็ตามเวลานี้ การทำงานจะดำเนินต่อไปโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะคาดว่าสถานการณ์เรื่องที่ดินจะคลี่คลายลงภายในไม่กี่เดือน หลังจากนั้น ยูไนเต็ดจะดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ กลยุทธ์การจัดซื้อ และการออกแบบทางวิศวกรรมระดับสูงต่อไป นั่นคือช่วงเวลาที่จะมีการยื่นขออนุญาตการก่อสร้าง และแฟนๆ จะได้เห็นในที่สุดว่าสโมสรตั้งใจจะให้สนามกีฬามีหน้าตาเป็นอย่างไร และใกล้เคียงกับภาพร่างเบื้องต้นที่แรตคลิฟฟ์เปิดเผยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหรือไม่
นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกยืนยันด้วยว่า โครงการก่อสร้างสนามกีฬาใหม่สุดล้ำสมัยความจุ 100,000 ที่นั่ง จะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนทั้งหมด โดยแตกต่างจากข้อเสนอแนะก่อนหน้านี้ของเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ หุ้นส่วนของสโมสร ระบุว่าจะใช้เงินภาษีประชาชน