วิเคราะห์บอล! เอฟเอ คัพ แมนฯซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล 4 เม.ย.69

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือรอบก่อนรองชนะเลิศ ลิเวอร์พูล จะบุกเยือน แมนฯ ซิตี้ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ไปติดตามความพร้อม และผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของทั้งสองทีม โดยคู่นี้ พีพีทีวี เอชดี 36 ถ่ายทอดสด

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ 145 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่บิ๊กแมตช์ 2 ทีมพรีเมียร์ลีก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้  แชมป์รายการนี้ 7 สมัย เปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์รายการนี้ 8 สมัย คู่นี้เตะเวลา 18.45 น.เวลาประเทศไทย สถิติคู่นี้พบกันรายการนี้ 8 ครั้ง  แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3 เสมอ 1 ลิเวอร์พูลชนะ 4 ครั้ง โดยครั้งหลังสุดรายการนี้พบกัน เมษายน 2022 ลิเวอร์พูล ชนะ 3-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนนัดล่าสุดในเกมลีก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซิตี้ บุกชนะ ลิเวอร์พูล 2-1

 

เอฟเอ คัพ Reuters/Phil Noble
โดมินิก โซบอสซ์ไล แข้งอเนกประสงค์ พร้อมลงให้กับลิเวอร์พูล

เป๊ป ลินเดอร์ส อดีตมือขวาของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยงานในถิ่นแอนฟิลด์มาหลายปี เกมนี้จะได้ลงคุมทีมแทน เป๊ป กวาดิโอล่า ที่ติดโทษแบน 2 นัด โดยแมนฯ ซิตี้ เกมล่าสุดเพิ่งคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ มาสดๆ ร้อนๆ ด้วยการชนะ อาร์เซน่อล 2-0 ส่วน รอบ 5 ที่ผ่านมา บุกไปชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-1 เกมนี้จะได้ มาร์ค เกฮี กลับมาประจำการวในแนวรับหลังติดคัพไท ในเกม ลีก คัพ โดยน่าจะได้ยืนคู่กับ รูเบน ดิอาส หากดาวเตะรายนี้ฟิตสมบูรณ์ โดยมี อับดูโคดีร์ คูซานอฟ และ เนธาน อาเก้  พร้อมเป็นตัวเลือกเช่นกัน ในตำแหน่งผู้รักษาประตู เจมส์ แทรฟฟอร์ด คาดว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงแทนที่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นิโก้ โอไรลี อาจได้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายต่อไปหลังจากโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในนัดชิง ลีก คัพ แต่ รายาน ไอต์-นูรี ก็อาจได้เล่นตรงนี้ได้เช่นกัน  หากมีการดัน โอไรลี ไปเล่นมิดฟิลด์กับ แบร์นาร์โด ซิลวา และโรดรี้ เกมรุก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่มีส่วนร่วมใน 3 ประตู (2 ประตู 1 แอสซิสต์) ใน 2 นัดล่าสุดที่พบกับลิเวอร์พูล และทำไปแล้ว 9 ประตูจาก 11 นัดในเอฟเอคัพ น่าจะได้ยืนเล่นร่วมกับ อองตวน เซเมนโย่ ขณะที่ รายาน แชร์กี และ ทิจจานี่ ไรจ์นเดอร์ หวังได้โอกาสในแดนกลางเหมือนในรอบที่ผ่านมา  ส่วน ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (กระดูกหน้าแข้งหัก) และ จอห์น สโตนส์ (น่อง) ยังเจ็บ  

อาร์เน่อ สล็อต ในรอบ 5 พาลิเวอร์พูล ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1  ส่วนเกมลีกล่าสุด บุกไปแพ้ ไบรท์ตัน 3-1 สภาพทีมล่าสุด ยังคงไม่มี อลีสซง เบ็คเกอร์ มือกาวทีมชาติบราซิล ที่เจ็บยาวถึงปลายเดือนเมษายน ทำให้ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ จะได้ลงเฝ้าเสา เฌเรมี่ ฟริมปง เพิ่งเจ็บมาจากการเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์   ส่วน วาตารุ เอ็นโด (ข้อเท้า), จิโอวานนี่ เลโอนี่ (เข่า), คอเนอร์ แบร็ดลีย์ (เข่า) ทั้งหมดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ด้าน อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าคนสำคัญที่เจ็บพักไปนานกว่า 3 เดือนกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่เกมนี้คงเร็วเกินไปที่จะกลับมาอยู่ในทีม อูโก้ เอกิติเก้  คาดว่าจะลงเล่นเป็นตัวจริงในแดนหน้า ด้าน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กุนซือชาวดัตช์ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่าแนวรุกทีมชาติอิยิปต์ จะพร้อมหากฟิตสมบูรณ์ ซึ่งดาวเตะวัย 33 ปี เวลานี้พยายามเป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนแรกนับตั้งแต่เอมิล เฮสกี ในฤดูกาล 2000-01 ที่ทำประตูได้ใน 4 นัดติดต่อกันในเอฟเอคัพให้กับสโมสร โดมินิก โซบอสซ์ไล แข้งสารพัดประโยชน์ ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและยิงฟรีคิกสุดสวยจากระยะไกลใส่แมนฯ ซิตี้ เมื่อต้นปีนี้ ต้องดูว่าจะถูกจับเล่นตรงไหน ฟลอเรียน เวียตซ์  อาจได้ลงเล่นในตำแหน่งเบอร์ 10 โดยมี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เชื่อมเกมตรงกลางร่วมกัน ไรอัน กราเฟนแบร์ก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ริโอ เอ็นกูโมฮา, โคดี้ กัคโป และ เคอร์ติส โจนส์ ลุ้นเบียนตัวจริงเหมือนในรอบที่ผ่านๆ มา


รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ซิตี้ ( 4-3-3 ) :
เจมส์ แทรฟฟอร์ด - มาเธอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาร์ค เกฮี,  รายาน ไอต์-นูรี - แบร์นาร์โด ซิลวา, โรดรี้,  นิโก้ โอไรลี - อองตวน เซเมนโย, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, รายาน แชร์กี
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) :  จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ - โดมินิก โซบอสซ์ไล, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค,  มิลอส เคอร์เคซ - ไรอัน กราเฟนแบร์ก, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ฟลอเรียน เวียตซ์, โคดี้ กัคโป - อูโก้ เอกิติเก้  

ความน่าจะเป็นของเกม
จาก 19 นัดหลังสุดที่แมนฯ ซิตี้และลิเวอร์พูลพบกันในทุกรายการ มีถึง 18 นัดที่จบลงด้วยประตู 2 ลูกขึ้นไป และคาดว่าการแข่งขันที่สนุกสนานระหว่างสองคู่ปรับตลอดกาลนี้จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ว่า โม ซาลาห์จะได้ลงเล่นหรือไม่ แต่ "หงส์แดง" ยังมีกองหน้าหลายคนที่สามารถสร้างความอันตราย ให้กับ "เรือใบสีฟ้า" ได้  แต่อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นในบ้านที่ยอดเยี่ยมของแมนฯ ซิตี้ นั้นยากที่จะมองข้าม และก็เชื่อมั่นว่า แม้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่ได้คุมข้างสนาม แต่ด้วยความมั่นใจที่ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ คาราบาว คัพมาได้เมื่อ 12 วันก่อน จะสามารถทะลุรอบรองชนะเลิศ ได้เป็นทีมแรก

สกอร์ที่คาด
แมนฯ ซิตี้ ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1


สถิติที่น่าสนใจ
-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะลิเวอร์พูลได้ทั้ง 2 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และอาจจะคว้าชัยชนะเหนือหงส์แดงได้สามนัดติดต่อกันในทุกรายการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 1937 (4 นัดติดต่อกัน) ที่จริงแล้ว ทีมสุดท้ายที่ชนะลิเวอร์พูลได้ 3 ครั้งในฤดูกาลเดียวคือเวสต์แฮม ในฤดูกาล 2015-16
-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะในบ้าน 17 นัดหลังสุดในศึกเอฟเอ คัพ และหากชนะในนัดนี้ จะเป็นการสร้างสถิติชนะในบ้านติดต่อกันยาวนานที่สุดของทีมในรายการนี้ แซงหน้าสถิติ 17 นัดของแคลปแฮม โรเวอร์ส ที่ทำไว้ระหว่างเดือนธันวาคม  ปี1873 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1881
- ลิเวอร์พูลแพ้ 0-3 ในการเยือนเอติฮัด ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ทีมแชมป์เอฟเอ คัพ 8 สมัย ก็เคยชนะแมนฯ ซิตี้ ในเกมเยือน 4 ครั้งหลังสุดในรายการนี้ (1988, 2001, 2003 และ 2022)
-ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้ 17 จาก 19 นัดหลังสุด แม้ว่า "หงส์แดง" จะแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-3 ในนัดล่าสุดเมื่อฤดูกาล 2023-24 ก็ตาม แต่ลิเวอร์พูลไม่เคยตกรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ 2 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ฤดูกาล 1967-68/1969-70 ที่เป็นยุคของบิลล์ แชงคลีย์
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ