หลังจากที่สื่อดังอย่างดิ แอธเลติก เผยว่าฟลอเรนติโน่ เปเรซ กำลังมองชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นตัวเลือกแรกในการคุมทีมเรอัล มาดริดอีกครั้ง
บอกตรง ๆ ว่าแค่ได้ยินชื่อนี้ แฟนบอลหลายคนน่าจะมีภาพจำย้อนกลับมาเลย ทั้งความดุดัน ความเดือด และช่วงเวลาที่มาดริดสู้กับบาร์เซโลน่าแบบไม่มีถอยในยุคหนึ่ง คำถามคือ…ทำไมต้องเป็น “มูรินโญ่” อีกครั้ง? เราไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน
เรื่องนี้มันอาจฟังดูเหมือนเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับหลายคน แต่ถ้ามองลึกลงไป นี่คือ “การตัดสินใจแบบเปเรซ” ที่มีเหตุผลในแบบของเขาเอง
แม้ช่วงแรกของมูรินโญ่ในถิ่นเบร์นาเบวระหว่างปี 2010-2013 จะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งกับสื่อ ผู้ตัดสิน โค้ชคู่แข่ง ไปจนถึงนักเตะระดับตำนานอย่างอิเกร์ กาซิยาส หรือแม้แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แต่สิ่งหนึ่งที่เปเรซชื่นชมคือ “ความแข็งแกร่ง” ของมูรินโญ่ในการพาทีมต่อกรกับเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ในยุคเป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่แทบไร้เทียมทานในเวลานั้นได้
นั่นคือเหตุผลที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ไม่เคยขาด แม้เวลาจะผ่านไปกว่าทศวรรษ ไอเดียการกลับมาของมูรินโญ่ก็ยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ
ในเชิงโครงสร้างสโมสร เรอัล มาดริด เป็นทีมที่ “โค้ชไม่ได้มีอำนาจสูงสุด” การตัดสินใจใหญ่ ๆ ยังอยู่ในมือของเปเรซแทบทั้งหมด เขาเลือกคนที่ตัวเอง “เชื่อใจ” มากกว่าคนที่ระบบฟุตบอลอาจมองว่าดีที่สุด และในหลายครั้งการตัดสินใจของเขา มักมาจากความเชื่อมั่นในมุมมองของตัวเอง มากกว่าการยึดตามเสียงส่วนใหญ่
โมเดลนี้เคยเวิร์กมาแล้วกับทั้งคาร์โล อันเชล็อตติ และ ซีเนดีน ซีดาน ที่กลับมาคุมทีมรอบสองและยังประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เคยล้มเหลวกับโค้ชบางรายที่ถูกแต่งตั้งและปลดออกอย่างรวดเร็ว
ปัญหาคือ “งานคุมมาดริด” ไม่ใช่งานปกติ โค้ชแทบไม่มีสิทธิ์เลือกนักเตะเอง ต้องรับมือกับซูเปอร์สตาร์ และต้องประสบความสำเร็จทันที ไม่มีเวลาให้ลองผิดลองถูก นี่คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้โค้ชหลายคนล้มเหลว แม้จะมีฝีมือแค่ไหนก็ตาม..
สถานการณ์ปัจจุบันยิ่งทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้น หลังทีมมีแนวโน้มจบฤดูกาลแบบไร้แชมป์ใหญ่สองปีติด แนวรับมีปัญหา โครงสร้างทีมไม่สมดุล ขณะที่นอกสนาม เปเรซก็เผชิญแรงกดดันทั้งจากโปรเจกต์ซูเปอร์ลีกที่ล้มเหลว และปัญหาทางการเงินจากการปรับปรุงสนาม
ในบริบทแบบนี้ การหันกลับไปหาคนที่ “คุ้นเคย” อย่างมูรินโญ่ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าใจได้ในมุมของเปเรซ
อย่างไรก็ตาม การ(อาจ)กลับมาของมูรินโญ่ไม่ใช่แค่เรื่องของแท็คติกหรือผลงาน แต่มันคือ “แพ็กเกจ” ที่มาพร้อมทั้งความสำเร็จและความขัดแย้ง เขาเป็นโค้ชที่สร้างแรงกระเพื่อมได้เสมอ ไม่ว่าจะในห้องแต่งตัวหรือหน้าสื่อ
คำถามอาจไม่ใช่ว่า มูรินโญ่เหมาะกับมาดริดหรือไม่ แต่คือ มาดริดในวันนี้ “พร้อมรับ” มูรินโญ่ในแบบที่เขาเป็นหรือเปล่า?