กุนซือชาวสแปนิช วัย 55 ปี เข้ามาคุมทีมในเดือนกรกฎาคม 2016 และพาทีมประสบความสำเร็จ ตลอด 10 ปี ด้วยการเป็นแชมป์ 20 โทรฟี่ ซึ่งหนึ่งในนัดคือการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์พรีเมียร์ลีก เป๊ป กลายเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
เป๊ป คุมทีม แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว 592 นัด ชนะ 423 เสมอ 77 นัด แพ้ 92 นัด และจะคุมทีมพบ แอสตัน วิลล่า ในนัดสุดท้ายพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025 - 2026
โดย เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ที่ซึ่งเคยร่วมงานกับเป๊ป ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาแทนที่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม
แม้ว่า "เป๊ป" จะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ แต่ก็ยังคงสานสัมพันธ์กับกลุ่มซิตี้ฟุตบอลกรุ๊ปต่อไป โดยรับบทบาทเป็นทูตระดับโลก บทบาทนี้จะเกี่ยวข้องกับการให้คำแนะนำด้านเทคนิคแก่สโมสรต่างๆ ในกลุ่ม รวมถึงการทำงานในโครงการและความร่วมมือเฉพาะด้านต่างๆ
สำหรับ เป๊ป พาทีมคว้าแชมป์ 20 รายการ โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีกคัพ 5 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และคอมมูนิตี้ชีลด์ 3 สมัย
ไม่เพียงแต่คว้าชัยชนะได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงที่คุมทีมแมนฯ ซิตี้ แต่ เป๊ป ยังสร้างสถิติสำคัญมากมายตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำคะแนน 100 แต้มที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017/18 เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของลีก นอกจากนี้ สถิติอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกยังถูกทำลายลงในฤดูกาลนี้เช่นกัน โดยซิตี้ทำประตูได้มากถึง 106 ประตู (ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด) ชนะมากที่สุด (32 นัด) เก็บแต้มนอกบ้านได้มากที่สุด (50 แต้ม) มีผลต่างประตูได้เสียมากที่สุด (+79) และมีส่วนต่างคะแนนชนะมากที่สุด (19 แต้ม) ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก