สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ FIVB ได้อนุมัติการทดสอบกฎ ระเบียบการแข่งขันเพื่อนำมาใช้ในวอลเลย์บอลเนชั่นส์ ลีก VNL 2026 รวมถึงรายการชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และการแข่งขันชิงแชมป์ทวีป ในปี 2026
โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นและทำให้กฎวอลเลย์บอลง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของแฟนกีฬา
การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2026 หรือ VNL 2026 มี 18 ชาติร่วมทำศึก เมื่อจบทั้ง 3 สัปดาห์
จะนำ 7 ทีมอันดับดีที่สุด บวกเจ้าภาพ รวมเป็น 8 ทีม ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเพื่อหาแชมป์ ระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน ถึง 26 กรกฏาคม 2569
1. การสัมผัสบอลสองจังหวะระหว่างการเซ็ต (การสัมผัสครั้งที่สอง) จะยังคงได้รับการผ่อนปรนตราบใดที่ลูกบอลยังคงอยู่ฝั่งสนามของตัวเอง
2. ผู้เล่นฝั่งรับสามารถเคลื่อนที่ได้ทันที เมื่อเริ่มการเสิร์ฟ รวมถึงการก้าวหรือเคลื่อนไขวของแขนหรือขา โดยไม่ต้องรอจังหวะสัมผัสบอล
3. การเปลี่ยนตัวจากเดิมแต่ละเซตสามารถเปลี่ยนได้เพียง 6 คน ส่วนกติกาใหม่จะเพิ่มเป็นเปลี่ยนได้เซตละ 8 คน
4. การแข่งขันทีมสามารถลงทะเบียนผู้เล่นได้ระหว่าง 12-14 คน แต่ละรายชื่อต้องมี ลิเบอโร่ อย่างน้อย 1 คน ทีมสามารถเลือกใช้ลิเบอโร่ ได้ 2 คนจากที่ลงทะเบียนไว้ โดยจะมีเวลาในการยื่นรายชื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขัน
ลิเบอโร่ สามารถสามารถเซตบอลในแดนหน้าได้แล้ว เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมสามารถทำเกมบุกเหนือตาข่ายได้ทันที รวมทั้งสามารถเสิร์ฟแทนผู้เล่นที่กำหนดได้ 1 คน
5. หากบอลโดนเพดานสนามแข่งขัน และยังอยู่ในฝั่งของตัวเอง การแข่งขันจะดำเนินต่อไป แต่หากลูกบอลโดนเพดานเข้าไปในแดนของคู่แข่ง จะถือว่าเป็นการฟาวล์
6. การโจมตีแบบ จับ ยก ผลัก แตะ หรืออุ้มบอล จะเข้มงวดมากขึ้น โดยจะอนุญาตการสัมผัสบอลเฉพาะการ "แตะ" (tipping) ลูกบอลด้วยการสัมผัสที่สั้นมากเท่านั้น
7. ระบบบุกมาร์ก ชาเลนจ์ (Bookmark Challenge) ทีมสามารถมาร์กจุดที่ต้องการขอชาเลนจ์ ขณะที่บอลกำลังเล่นอยู่ไม่สามารถขอหยุดเพื่อขอดูจังหวะที่สงสัยได้ ต้องรอจนกว่าการเล่นแรลลี่นั้นจะสิ้นสุดลง ทีมที่เสียแต้มสามารถขอชาเลนจ์กับจังหวะที่ได้ทำการมาร์กเอาไว้ ช่วยให้เกมมีความต่อเนื่องและไม่ขัดจังหวะของเกม
8. จังหวะสัมผัสบอลในเกมรับและการรับเสิร์ฟ จะสามารถใช้ระบบชาเลนจ์ตรวจสอบได้ แต่ต้องมีภาพวิดีโอที่แสดงการสัมผัสที่ชัดเจนเพื่อพลิกคำตัดสิน หากไม่ชัดเจนคำตัดสินจะยังคงเดิม
9.ลดเวลาพัก หลังจากประกาศผลการชาเลนจ์แล้ว ทีมที่ทำการขอชาเลนจ์จะไม่สามารถขอเวลานอกก่อนเริ่มแรลลี่ถัดไปได้ ทีมที่ไม่ได้ใช้ชาเลนจ์ยังคงมีสิทธิ์ขอเวลานอก ซึ่งข้อจำกัดนี้เพื่อลดการถ่วงเวลา
10. ลดการใช้เสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน โดยกฎนี้ผู้ตัดสินจะไม่เป่านกหวีดสำหรับลูกบอลที่ตกลงในหรือนอกสนามอย่างชัดเจน การเสิร์ฟที่ไม่ผ่านตาข่าย หรือ การบล็อกที่สัมผัสโดนตรงที่ทำให้บอลออกนอกสนาม
11. หัวหน้าผู้ฝึกสอนสามารถเข้าไปสอบถามผู้ตัดสินคนแรกเพื่อชี้แจงหรือยันยันเกี่ยวกับการชาเลนจ์ รวมทั้งเพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการตัดสินหรือการตัดสิน แต่การร้องเรียนและการประท้วงยังคงเป็นสิ่งต้องห้าม
12. จะมีการเพิ่มช่วงเวลาวอร์มร่างกายก่อนเสิร์ฟ 90 วินาที แยกต่างหากในขั้นตอนการวอร์มร่างกาย โดยทั้งสองทีมจะใช้ตาข่ายร่วมกันในช่วงการซ้อมตบ แต่สำหรับการเสิร์ฟ ทีม เอ จะได้อยู่บนสนาม 90 วินาทีแรก ตามด้วยทีม บี ในเวลาเท่ากัน เหตุผลของการปรับเปลี่ยนนี้คือเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา