ทัพซามูไรบลู เป็นทีมแรกที่คว้าตั๋วเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังคว้าแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือก ครั้งนี้จะเป็นการเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8 ของพวกเขา นับตั้งแต่ผ่านเข้ารอบได้เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก 1998 ในฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่นสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะทั้งสเปนและเยอรมนีในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
ฮาจิเมะ โมริยาสุ
ฮาจิเมะ โมริยาสุ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติญี่ปุ่นในปี 2018 เขาคุมสโมสรในเจลีกและนำทีมคว้าแชมป์เจลีกได้ 3 สมัย ฮาจิเมะ โมริยาสุ พาญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2022 ทำให้กลายเป็นกุนซือชาวญี่ปุ่นคนที่ 3 ต่อจาก ทาเคชิ โอกาดะ และ อากิระ นิชิโนะ ที่พาทีมไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ฮาจิเมะ โมริยาสุ ได้รับการยกย่องว่าเป็นโค้ชที่มีทักษะในการบริหารจัดการนักเตะได้ดี และสามารถรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับผลักดันนักเตะดาวรุ่งและถ่ายเลือดจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างสมดุลและราบรื่น
โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 ของญี่ปุ่น
- 14 มิถุนายน 2026 : เนเธอร์แลนด์ พบ ญี่ปุ่น — สนาม ดัลลาส สเตเดียม
- 20 มิถุนายน 2026 : ตูนิเซีย พบ ญี่ปุ่น — สนาม เอสตาดิโอ มอนเตร์เรย์
- 25 มิถุนายน 2026 : ญี่ปุ่น พบ สวีเดน — สนาม ดัลลาส สเตเดียม
ขุมกำลังฟุตบอลโลก 2026 ของญี่ปุ่น
ฮาจิเมะ โมริยาสุ เรียกนักเตะหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ หรือนักเตะที่เพิ่งหายบาดเจ็บมาได้ไม่นานมาติดทีมชุดลุยฟุตบอลโลก 2026 ไม่ว่าจะเป็น วาตารุ เอ็นโด, โค อิตาคุระ และ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ อย่างไรก็ตาม คาโอรุ มิโตมะ แนวรุกของไบรท์ตัน เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีมคนหนึ่ง และ ทาคุมิ มินามิโนะ ไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ
เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2026 ของญี่ปุ่น
ในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 ทัพซามูไรทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังระเบิดตาข่ายไปได้ถึง 24 ประตู และไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว พร้อมคว้าชัยทั้ง 6 นัด คว้าแชมป์กลุ่มได้อย่างสบาย
จากนั้นในรอบที่ 3 ทัพซามูไรยังคงรักษาฟอร์มร้อนแรง ด้วยการเอาชนะจีน, บาห์เรน และซาอุดีอาระเบีย ก่อนเสมอออสเตรเลีย และกลับมาเก็บชัยชนะเหนืออินโดนีเซีย รวมถึงเอาชนะจีนและบาห์เรนอีกครั้งในเลกสอง ผลการแข่งขันครั้งนั้นทำให้ญี่ปุ่นการันตีตั๋วฟุตบอลโลกได้ล่วงหน้าถึง 3 นัด กลายเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ
ประวัติฟุตบอลโลกของญี่ปุ่น
- โซนการเล่นฟุตบอล : AFC (เอเชีย)
- ผลงานดีที่สุด : รอบ 16 ทีมสุดท้าย (2002, 2010, 2018, 2022)
- ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด : กาตาร์ 2022 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
- ฟุตบอลโลกครั้งแรก : ฝรั่งเศส 1998
- จำนวนครั้งที่เข้าร่วมฟุตบอลโลก : 8 ครั้ง (1998, 2002, 2006, 2010, 2014, 2018, 2022, 2026)
- การผ่านเข้ารอบติดต่อกัน : 8 สมัย
- เจ้าภาพฟุตบอลโลก : 2002
- สถิติรวมในฟุตบอลโลก : ลงเล่น 25 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 6 นัด แพ้ 12 นัด ยิงได้ 25 ประตู เสีย 33 ประตู
ผลงานดีที่สุดของญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก
ทัพซามูไรผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ 4 ครั้ง จาก 7 สมัยในฟุตบอลโลกหลังสุด ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดของพวกเขาในรายการนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยพวกเขาพ่ายตุรกี 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ต่อมาในฟุตบอลโลก 2010 ทัพซามูไรพ่ายต่อปารากวัยในการดวลจุดโทษ ขณะที่ฟุตบอลโลก 2018 พวกเขาถูกเบลเยียมพลิกกลับมาชนะ 3-2 ทั้งที่นำก่อน 2-0 ส่วนฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่นต้องอกหักอีกครั้งในการพ่ายดวลจุดโทษ หลังเสมอโครเอเชียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดของญี่ปุ่น
ในฟุตบอลโลก 2022 ทัพซามูไรอยู่ร่วมกลุ่มกับเยอรมนี, สเปน และคอสตาริกา พวกเขาสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะเยอรมนีในนัดแรก และเอาชนะสเปนในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม จนคว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ในรอบน็อกเอาต์ ญี่ปุ่นพบกับโครเอเชีย ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 หลังจบ 120 นาที ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ท้ายที่สุดเป็นโครเอเชียที่เอาชนะไปได้ ทัพซามูไรต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ฟุตบอลโลกครั้งแรกของญี่ปุ่น
ฟุตบอลโลกครั้งแรกของทัพซามูไรบลูเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกปี 1998 ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาอยู่ร่วมสายกับอาร์เจนตินา, โครเอเชีย และ จาเมกา แม้ว่ามาซาชิ นากายามะ จะยิงประตูแรกของทัพซามูไรในฟุตบอลโลกได้สำเร็จในเกมพบจาเมกา แต่ทัพซามูไรก็แพ้ทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และตกรอบตั้งแต่รอบแรก
ดาวยิงสูงสุดของญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก
เคซูเกะ ฮอนดะ เป็นดาวยิงสูงสุดของทีมอาทิตย์อุทัยในฟุตบอลโลก ด้วยผลงาน 4 ประตู และยังเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน
ช่วงเวลาน่าจดจำของญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก
หนึ่งในผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2022 เมื่อพวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพลิกชนะเยอรมนี 2-1 ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม จากประตูของ ริตสึ โดอัน และ ทาคุมะ อาซาโนะ ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
ญี่ปุ่นยังพลิกแซงชนะสเปน 2-1 จากประตูของ ริตสึ โดอัน และ อาโอะ ทานากะ ทำให้คว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ โดยทั้งสองเกมถูกยกให้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์พลิกล็อกครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก
ทัพซามูไรคว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกมาแล้ว 7 นัดจากการลงเล่นทั้งหมด 25 นัด โดย 5 นัดเป็นการชนะด้วยสกอร์ห่างเพียงประตูเดียว ส่วนชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของพวกเขาเกิดขึ้นด้วยผลต่าง 2 ประตู และมีอยู่ 2 นัด นัดแรกคือฟุตบอลโลก 2002 โดยเอาชนะตูนิเซีย 2-0 อีกนัดเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2010 ทัพซามูไรเอาชนะเดนมาร์ก 3-1 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้อีกครั้ง