คืนนี้ในศึกฟุตบอลโลก 2026 มีหนึ่งในเกมที่น่าสนใจที่สุดของรอบ 32 ทีม เมื่อ บราซิล ต้องเจอกับ ญี่ปุ่นแต่ก่อนจะถึงเกมนั้น มีคำถามหนึ่งที่ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลมาตลอดหลายปี
ทำไมบราซิล…ถึงไม่น่ากลัวเหมือนเดิม?
หลายคนอาจตอบว่า เพราะไม่มี โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ หรือนักเตะที่ลงไปวาดลวดลายบนสนามเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ถ้ามองลึกกว่านั้น ปัญหาของบราซิลอาจไม่ใช่ "ไม่มีซูเปอร์สตาร์" แต่อาจเป็นเพราะ บราซิลกำลังสูญเสียสิ่งที่ทำให้ตัวเองเป็นบราซิล
เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV
หลายคนจำภาพฟุตบอลโลก 2014 ได้ดี วันที่บราซิลแพ้เยอรมนี 7-1 คาบ้าน หลายคนมองว่านั่นคือวันที่ฟุตบอลบราซิลล่มสลาย แต่ในมุมของนักวิเคราะห์หลายคน ความจริงแล้ว 7-1 ไม่ใช่วันที่การเล่นฟุตบอลแบบแซมบ้าหายไป มันเป็นเพียงวันที่ทั้งโลกเพิ่งรู้ว่า…
ฟุตบอลแบบบราซิลได้หายไปนานแล้ว
คำว่า Joga Bonito แปลตรงตัวว่า "ฟุตบอลที่สวยงาม" มันไม่ใช่แค่การเล่นทักษะเยอะ ๆ แต่มันคือฟุตบอลที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ความกล้า และการสร้างสรรค์ นักเตะบราซิลในอดีตไม่ได้โตมาจากอะคาเดมีทันสมัย
พวกเขาโตมาจาก "ฟุตบอลข้างถนน" สนามดิน ชายหาด หรือการเล่นตามตรอกซอกซอย ทุกเกมคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีโค้ชมาคอยบอกว่า ต้องวิ่งตรงไหน ต้องยืนตำแหน่งอะไร
พวกเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง และนั่นคือเหตุผลที่แฟนบอลได้เห็นนักเตะแบบ เปเล่, โรมาริโอ, โรนัลโด้, ริวัลโด้ หรือ โรนัลดินโญ่ พวกเขาคือนักเตะที่กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ
แต่บราซิลวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว สนามข้างถนนค่อย ๆ หายไป เด็กจำนวนมากเข้าสู่อะคาเดมีตั้งแต่อายุยังน้อย แทนที่จะฝึกจินตนาการ พวกเขาฝึกแท็กติก แทนที่จะฝึกการเอาตัวรอด พวกเขาฝึกระบบ และฟุตบอลมีระเบียบมากขึ้นแต่ความเป็นธรรมชาติกลับลดลง
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญของฟุตบอลบราซิลคือ การที่นักเตะพรสวรรค์ถูกสโมสรยุโรปดึงตัวไปตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อก่อนนักเตะอย่างโรนัลดินโญ่ ริวัลโด้ หรือโรนัลโด้ จะย้ายไปยุโรปก็ต่อเมื่อพวกเขาสร้างสไตล์การเล่นของตัวเองขึ้นมาได้แล้ว
แต่ทุกวันนี้ เด็กอย่างวินิซิอุส, เอสเตเวา หรือเอ็นดริก ถูกซื้อตัวตั้งแต่อายุเพียง 16-18 ปี พวกเขาจึงเติบโตภายใต้ระบบฟุตบอลยุโรปที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความเร็ว การเพรสซิ่ง และแท็กติก มากกว่าการปล่อยให้จินตนาการสร้างตัวตนของตัวเอง สุดท้าย บราซิลจึงผลิตนักกีฬาชั้นยอดได้มากขึ้น แต่กลับมี "ศิลปินลูกหนัง" น้อยลงเรื่อย ๆ
ซึ่งผลกระทบสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในแดนกลาง จากเดิมที่บราซิลเคยเต็มไปด้วยผู้เล่นประเภทสร้างสรรค์เกม จ่ายบอลเหนือความคาดหมาย เลี้ยงกินตัว และสร้างช่วงเวลามหัศจรรย์ วันนี้กองกลางหลายคนกลับกลายเป็นผู้เล่นสไตล์ม้างานที่เน้นพละกำลัง การวิ่ง และเกมรับมากกว่า ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เก่ง แต่เอกลักษณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้โลกหลงใหลในฟุตบอลบราซิลค่อย ๆ เลือนหายไป
พร้อมกับผลงานที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด บราซิลไม่เคยเอาชนะทีมจากยุโรปในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้อีกเลยนับตั้งแต่คว้าแชมป์เมื่อปี 2002 และในปี 2023 พวกเขายังแพ้อาร์เจนตินาคาบ้านในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่า 90 ปีอีกด้วย
อย่างไรก็ดี บราซิลเคยพยายามพาตัวเองกลับไปหา Joga Bonito อีกครั้ง ภายใต้การคุมทีมของแฟร์นันโด ดินิซ ที่ให้นักเตะเล่นอย่างอิสระ เคลื่อนที่ตามความรู้สึก และสลับตำแหน่งกันเหมือนฟุตบอลบราซิลยุคเก่า แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะนักเตะรุ่นใหม่ไม่ได้เติบโตมากับฟุตบอลแบบนั้นอีกแล้ว
ทุกวันนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ จึงเลือกเดินอีกเส้นทาง เขาไม่ได้พยายามปลุก Joga Bonito ให้กลับมา แต่เลือกสร้างทีมที่มีวินัย เล่นอย่างเป็นระบบ และมุ่งเป้าไปที่ชัยชนะมากกว่าความสวยงาม ดังที่เขาเคยพูดไว้ว่า "เป้าหมายไม่ใช่การเล่นให้สวย เป้าหมายคือการชนะ"
และคืนนี้ เกมกับญี่ปุ่นอาจไม่ใช่แค่ศึกระหว่างสองทีม แต่คือการเผชิญหน้าของสองแนวคิดฟุตบอลที่แตกต่างกัน ระหว่างชาติที่กำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง กับชาติที่กำลังสร้างอัตลักษณ์ใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง