ย้อนศึก "อังกฤษ-อาร์เจนตินา" คู่แค้นฟุตบอลโลกที่โคจรมาพบกันในรอบ 21 ปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนศึก "อังกฤษ-อาร์เจนตินา" คู่แค้นฟุตบอลโลกที่โคจรมาพบกันในรอบ 21 ปี จาก The Animal หัตถ์พระเจ้า สู่ใบแดงเบ็คแฮม

อังกฤษและอาร์เจนตินาไม่ได้พบกันในเกมทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2005 ทำให้การดวลกันในรอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบกว่า 21 ปี

ความบาดหมางระหว่างทั้งสองชาติไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีรากฐานย้อนกลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ก่อนจะยิ่งทวีความรุนแรงจากทั้งเหตุการณ์ในสนามและปัจจัยทางการเมือง

วันนี้ PPTV Sports จะพาย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้อังกฤษและอาร์เจนตินากลายเป็นหนึ่งในคู่ปรับที่โกรธแค้นกันที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ทีมชาติอังกฤษ ฟุตบอลโลก ปี 1966 Reuters/Action Images
ทีมชาติอังกฤษ ฟุตบอลโลก ปี 1966

"The Animal" ฟุตบอลโลกปี 1966

เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในคู่ปรับที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

ทั้งสองทีมพบกันในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1966 โดยอังกฤษเฉือนชนะ 1-0 อย่างไรก็ตาม แฟนบอลอาร์เจนตินาจำนวนไม่น้อยยังคงเชื่อมาจนถึงปัจจุบันว่า ทีมของพวกเขาถูกริบชัยชนะ เนื่องจากมองว่าประตูของอังกฤษเป็นจังหวะล้ำหน้า

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมกลับไม่ใช่ประตูชัย แต่เป็นการที่ อันโตนิโอ รัตติน กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ถูกไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 33 หลังมีพฤติกรรมที่ผู้ตัดสินมองว่าไม่เหมาะสมจาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 3 นาที สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อรัตตินปฏิเสธที่จะออกจากสนาม ส่งผลให้การแข่งขันต้องหยุดลงนานเกือบ 8 นาที

แม้อังกฤษจะรักษาสกอร์และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แต่เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยความกดดันและความดุเดือด จนผู้จัดการทีมชาติอังกฤษแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ด้วยการเรียกนักเตะอาร์เจนตินาว่า "Animal" พร้อมสั่งลูกทีมไม่ให้แลกเสื้อกับนักเตะอาร์เจนตินาหลังจบการแข่งขัน

อาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลก ปี 1986 Reuters/Gary Hershorn AS
อาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลก ปี 1986

"หัตถ์พระเจ้า" ฟุตบอลโลกปี 1986

"หัตถ์พระเจ้า" คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เกมนี้แข่งขันขึ้นเพียง 4 ปีหลังสงครามหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ทำให้การพบกันระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอล แต่ยังเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมืองและความรู้สึกของทั้งสองชาติ

ในเวลานั้น สื่อและประชาชนชาวอาร์เจนตินามองเกมนี้เป็นโอกาสในการแสดงออกถึงความคับข้องใจจากสงคราม ขณะที่สื่ออังกฤษก็ปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของศึกนัดนี้

เกมดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่แฟนบอลอังกฤษไม่มีวันลืม เมื่อ ดิเอโก มาราโดนา ใช้มือชกบอลผ่าน ปีเตอร์ ชิลตัน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ เข้าประตูไปอย่างแนบเนียน ก่อนที่ผู้ตัดสินจะยืนยันให้เป็นประตู ท่ามกลางความงุนงงของนักเตะอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม หลังจากประตู "หัตถ์พระเจ้า" ได้ไม่นาน มาราโดนาก็สร้างช่วงเวลาที่หลายคนยกให้เป็น "ประตูยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก" เมื่อเขาเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นอังกฤษเกือบครึ่งทีม ก่อนหลบผู้รักษาประตูและยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น พาอาร์เจนตินานำ 2-0

แม้ แกรี ลินิเกอร์ จะยิงตีไข่แตกให้อังกฤษได้ในช่วงท้ายเกม แต่อาร์เจนตินาก็ยังเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ท้ายที่สุด อาร์เจนตินาเดินหน้าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะเยอรมนีตะวันตกในรอบชิงชนะเลิศ ส่งให้ทีมของมาราโดนาจารึกชื่อเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของประเทศ

เบ็คแฮมโดนใบแดง Reuters/Darren Walsh / Action Images
เบ็คแฮมโดนใบแดง

"เบ็คแฮมโดนใบแดง" ฟุตบอลโลกปี 1998

ในฟุตบอลโลก 1998 เกิดเหตุการณ์ที่แฟนฟุตบอลอังกฤษไม่มีวันลืม โดยเฉพาะ เดวิด เบ็คแฮม เกมเริ่มต้นอย่างเข้มข้น เมื่อ กาเบรียล บาติสตูตา และ อลัน เชียเรอร์ ต่างยิงจุดโทษให้ทีมของตัวเอง ก่อนที่ ไมเคิล โอเวน จะระเบิดฟอร์ม โดยรับบอลจากแดนตัวเอง ก่อนสปีดหนีกองหลังอาร์เจนตินาและยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป พาอังกฤษขึ้นนำ 2-1

หลังจากนั้นไม่นาน อาร์เจนตินาตามตีเสมอก่อนจบครึ่งแรก จากลูกฟรีคิกของ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ที่ยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อ เบ็คแฮม เตะตอบโต้ ดีเอโก ซิเมโอเน หลังทั้งคู่ปะทะกัน ผู้ตัดสินจึงชักใบแดงไล่กองกลางทีมชาติอังกฤษออกจากสนาม

แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน อังกฤษก็ยังสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และเกือบเป็นฝ่ายคว้าชัย เมื่อ โซล แคมป์เบลล์ โหม่งบอลเข้าประตูในนาทีที่ 81 แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตู เนื่องจากมองว่ามีการผลักผู้เล่นอาร์เจนตินาก่อน

หลังเสมอกัน 2-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ อังกฤษพลาดจาก เดวิด แบตตี และ พอล อินซ์ ทำให้อาร์เจนตินาชนะ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ยิ่งเติมเชื้อไฟความแค้นระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินาเข้าไปอีก และแมตช์นี้ก็กลายเป็นหนึ่งในแมตช์คลาสสิกที่สุดตลอดกาล

ที่มา: BBC Sports

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ