ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ คุมทีมเป็นนัดสุดท้าย หลังทำหน้าที่มา 14 ปี ปรับผู้เล่นหลายตำแหน่ง มาโล กุสโต้ สตาร์ทตัวจริงแนวรับ แนวรุกวาง รายาน แชร์กี ประสานงานร่วมกับ ไมเคิล โอลิเซ่ และ เดซิเร่ ดูเอ้ โดยมี คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยืนล่าตาข่าย
โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชของอังกฤษ ปรับผู้เล่น 7 ตำแหน่ง พัก จู๊ด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี่ เคน ส่วน ดีน เฮนเดอร์สัน ได้โอกาสลงเฝ้าเสา เดแคลน ไรซ์ รับหน้าที่กัปตันทีม แนวรุกส่ง บูกาโย่ ซาก้า ประสานร่วมกับ มอร์แกน โรเจอร์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยใช้ ไอแวน โทนีย์ ยืนหน้าเป้า
เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV
นาที 2 มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่งบอลเข้าไปในเขตโทษให้ ไอแวน โทนีย์ ขึ้นโหม่งแต่พลาดไป
นาที 3 อังกฤษ ขึ้นนำเร็ว 1-0 จาก เดแคลน ไรซ์ กัปตันทีม ดักเก็บบอลจากคู่แข่งได้ ก่อนตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวาสุดสวยบอลโค้งเสียงมุมตุงตาข่าย
นาที 11 เดซิเร่ ดูเอ้ วางให้ รายาน แชร์กี ซัดวอลเลย์แต่ตรงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน
นาที 12 มอร์แกน โรเจอร์ส แทงมาให้ บูกาโย่ ซาก้า ยิงเข้าประตูไปแต่ ผู้ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าของ ซาก้า
นาที 18 อังกฤษได้ลูกเตะมุม เดแคลน ไรซ์ วางเข้ามาหน้าปากประตู เอซรี่ คอนซ่า ขึ้นโหม่งบอลเข้าประตูไปให้ ทัพสิงโตำราม นำ 2-0
นาที 33 มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดไกลด้วยขวาบอลพุ่งเข้าหาประตู ไมค์ เมญ็อง ลอยปัดออกไปช่วยให้ฝรั่งเศส รอดจากการเสียประตู
นาที 35 ฝรั่งเศส มีลุ้นจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ ซัดด้วยขวาแต่ว่า ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟเอาไว้ได้
นาที 37 อังกฤษ นำห่าง 3-0 จากการโต้กลับของ บูกาโย่ ซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนอื่น ไมค์ เมญ็อง วิ่งออกมาจากเส้นประตูเพื่อสกัด ซาก้า จากนั้น แรชฟอร์ด ก็พลาดโอกาส แต่กองหน้าจากแมนยู หาจังหวะส่งบอลให้ ซาก้า ได้อีกครั้ง ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเป็นประตู
นาที 45+1 เอเบเรชี่ เอเซ่ แทงทะลุช่อง บูกาโย่ ซาก้า ยิงด้วยซ้ายหนีมือ ไมค์ เมญ็อง เข้าประตูไปให้ อังกฤษ ทิ้งห่าง 4-0
จบครึ่งแรก ฝรั่งเศส 0-4 อังกฤษ
กลับมาเล่นครึ่งหลัง ฝรั่งเศส แก้เกมเปลี่ยน แบรดลีย์ บาร์โคล่า, ก้าส์ ดีญ, อุสมาน เดมเบเล่, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ลงสนามแทน รายาน แชร์กี, เดซิเร่ ดูเอ้, เธโอ เอร์นานเดซ และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ออก
นาที 48 ไมเคิล โอลิเซ่ แทงทะลุช่องให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยิงด้วยซ้ายผ่านมือ ดีน เฮนเดอร์สัน ตุงตาข่ายให้ ฝรั่งเศส ตีไข่แตก 1-4 และกลายเป็นประตูที่ 9 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ขึ้นนำดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026
นาที 54 คีเลียน เอ็มบัปเป้ จ่ายให้ แบรดลีย์ บาร์โคล่า ตัวสำรอง ยิงด้วยขวาบอลเข้าประตูไปให้ ฝรั่งเศส ไล่ตาม 2-4
นาที 64 ฝรั่งเศส โหมบุกต่อเนื่อง อุสมาน เดมเบเล่ ยิงด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ แต่ ดีน เฮนเดอร์สัน ยังเซฟไว้ได้
นาที 66 ไมเคิล โอลิเซ่ ส่งกลับมาให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย และเป็นประตูที่ 10 ในฟุตบอลโลก 2026 นำหน้า เมสซี่ อยู่ 2 ประตู และยังกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก ด้วยสถิติ 22 ประตู
นาที 79 อังกฤษ เปลี่ยน จู๊ด เบลลิงแฮม และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ลงแทน ไอแวน โทนีย์
และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ออกจากสนาม
นาที 81 ไมเคิล โอลิเซ่ ยิงด้วยขวากลางประตูแต่บอลเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 87 มาโล กุสโต้ ทำฟาวล์ เจด สเปนซ์ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และเป็น บูกาโย่ ซาก้า รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้ อังกฤษ นำ 5-3 และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้
นาที 90+6 อุสมาน เดมเบเล่ ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าเสาสองเป็นประตูให้ฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 4-5
นาที 90+8 อังกฤษ นำ 6-4 จู๊ด เบลลิงแฮม กระชากหนีก่อนยิงด้วยขวาเข้าประตูไป
จบเกม อังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 นี่คือผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ส่วน ทัพ "ตราไก่" จบที่ 4 ส่งท้าย ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ในฐานะกุนซือ
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : ไมค์ เมญ็อง - มาโล กุสโต้, อิบราฮิม่า โกนาเต้, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ , เธโอ เอร์นานเดซ - อาเดรียง ราบิโอต์, วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่ - รายาน แชร์กี, ไมเคิล โอลิเซ่, เดซิเร่ ดูเอ้ - คีเลียน เอ็มบัปเป้
อังกฤษ (4-1-4-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน - เจด สเปนซ์, เอซรี่ คอนซ่า, มาร์ค เกอี, จาเรลล์ ควอนซาห์ - เดแคลน ไรซ์ - มาร์คัส แรชฟอร์ด, มอร์แกน โรเจอร์ส, เอเบเรชี่ เอเซ่, บูกาโย่ ซาก้า - ไอแวน โทนีย์