ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงพร้อมกับการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของทีมชาติสเปน แต่บางที สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตำแหน่งแชมป์โลก อาจเป็นผลกระทบที่เกมนัดชิงครั้งนี้จะมีต่อการลุ้น บัลลงดอร์ 2026
ก่อนการแข่งขัน หลายคนมองว่านัดชิงระหว่าง สเปน กับ อาร์เจนตินา อาจเป็นเกมที่ชี้ชะตารางวัลบัลลงดอร์ และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ประเด็นนี้ก็ยิ่งถูกพูดถึงมากกว่าเดิม เพราะในปีที่ไม่มีตัวเต็งแบบขาดลอย ผลงานบนเวทีฟุตบอลโลกอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการโหวต
ย้อนดูประวัติศาสตร์จะพบว่า รางวัลบัลลงดอร์มักตกเป็นของนักเตะที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ฟุตบอลโลก, ยูโร หรือโคปา อเมริกา โดยตลอด 19 ครั้งหลังสุด มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้นที่ผู้ชนะไม่ได้แชมป์รายการเหล่านี้ และทั้ง 4 ครั้งเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ 3 ครั้ง และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อีก 1 ครั้ง
นั่นทำให้แม้ แฮร์รี่ เคน, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, คีเลียน เอ็มบัปเป้ หรือ จู๊ด เบลลิงแฮม จะมีผลงานระดับโลกกับสโมสร แต่การพลาดแชมป์ฟุตบอลโลกก็อาจทำให้เสียเปรียบการลุ้นบัลลงดอร์ในปีนี้
แล้วตอนนี้...ใครได้เปรียบ?
ก่อนนัดชิง หลายคนมองว่า ลิโอเนล เมสซี่ และ ลามีน ยามาล คือสองแคนดิเดตที่มีโอกาสคว้าบัลลงดอร์มากที่สุด
เมสซี่ วัย 39 ปี ทำผลงานยอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์ พาอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ พร้อมผลงาน 8 ประตู 4 แอสซิสต์ หากเมื่อคืนพาทีมป้องกันแชมป์โลกได้ เขาอาจสร้างประวัติศาสตร์คว้าบัลลงดอร์สมัยที่ 9
แต่สุดท้าย เรื่องราวกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อสเปนคือฝ่ายที่คว้าแชมป์โลกไปครอง
แม้ ลามีน ยามาล จะไม่ได้มีตัวเลขที่หวือหวาเหมือนศึกยูโร 2024 แต่บทบาทของเขาในระบบของสเปนยังคงสำคัญตลอดทัวร์นาเมนต์ หลังจากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับบาร์เซโลน่า ซึ่งทำไป 24 ประตู 17 แอสซิสต์ พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา
การได้ชูถ้วยฟุตบอลโลกจึงอาจกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของปีกวัย 19 ปี ในการลุ้นบัลลงดอร์ และอาจเป็นสัญญาณว่าฟุตบอลโลกกำลังส่งไม้ต่อจากยุคของ เมสซี่ ไปสู่ยุคของนักเตะรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว
แล้วตัวเต็งคนอื่นล่ะ?
แน่นอนว่าการแข่งขันไม่ได้มีเพียงสองคน
แฮร์รี่ เคน มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับบาเยิร์น มิวนิค ยิงถึง 61 ประตู พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีกและเดเอฟเบ โพคาล แต่การตกรอบรองชนะเลิศทั้งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และฟุตบอลโลก อาจทำให้คะแนนโหวตลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยังคงยิงประตูได้ต่อเนื่องทั้งกับเรอัล มาดริด และทีมชาติฝรั่งเศส แต่ฤดูกาลที่ไม่มีแชมป์ใหญ่ ทำให้โอกาสคว้าบัลลงดอร์ยังดูไม่ง่าย
เออร์ลิง ฮาลันด์ คว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง และพานอร์เวย์กลับมาเล่นฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี แต่ผลงานระดับทีมยังไม่มากพอจะส่งให้ขึ้นเป็นตัวเต็ง
ขณะที่ อุสมาน เดมเบเล่ เจ้าของบัลลงดอร์คนล่าสุด และ ควิช่า ควารัตสเคเลีย ก็ยังอยู่ในวงสนทนา จากผลงานกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้ฟุตบอลโลกจะไม่ได้เป็นเวทีที่ช่วยเพิ่มคะแนนให้มากนัก
ส่วน เดแคลน ไรซ์ และ จู๊ด เบลลิงแฮม แม้จะมีผลงานส่วนตัวโดดเด่น แต่การไม่มีแชมป์ระดับนานาชาติในปีนี้ อาจทำให้ยากที่จะก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งอันดับหนึ่ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัลลงดอร์ไม่เคยตัดสินจากจำนวนประตูหรือแอสซิสต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับความสำเร็จของทีมในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วย
และฟุตบอลโลก 2026 ก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง
การคว้าแชมป์โลกของสเปนทำให้ผู้เล่นหลายคนในทีม โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล มีโอกาสในการลุ้นบัลลงดอร์เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝั่งของ ลิโอเนล เมสซี่ แม้จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แต่การพลาดแชมป์ในนัดชิงอาจส่งผลต่อคะแนนโหวตไม่น้อย