5 เหตุการณ์ที่โลกต้องจดจำจากฟุตบอลโลก 2026 ทั้งในสนาม-นอกสนาม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ฟุตบอลโลก 2026" เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ถูกพูดถึงทั้งในและนอกสนามนี่คือ 5 เหตุการณ์สำคัญที่กลายเป็นภาพจำของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้

ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเป็นทางด้าน สเปน ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ไปครอง แต่ทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ได้ฝากเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญมากมายที่แฟนฟุตบอลจะจดจำไปอีกนาน จะพาย้อนชม 5 เหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 ทั้งเหตุการณ์สำคัญในสนามและนอกสนาม รวมถึงช่วงเวลาที่เปลี่ยนเส้นทางอาชีพของนักเตะหลายคนไปตลอดกาล

ฟุตบอลโลก 2026 Reuters/Siphiwe Sibeko
โวซินญา ผู้รักษาประตูวัย 40 ปี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับเคปเวิร์ด

"โวซินญา - เอลอย รูม" สองผู้รักษาประตูที่แจ้งเกิดบนเวทีฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทำให้ผู้รักษาประตูหลายคนได้รับการจับตามอง แต่ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า โวซินญา จาก "เคปเวิร์ด" และ เอลอย รูม จาก "คูราเซา" ที่สร้างผลงานจนกลายเป็นที่จดจำของแฟนบอลทั่วโลก

โวซินญา ผู้รักษาประตูวัย 40 ปี สร้างชื่อจากการพาเคปเวิร์ดเก็บคลีนชีตใส่แชมป์โลกอย่างสเปน จนได้รับเสียงชื่นชมและกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ขณะที่ เอลอย รูม โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบด้วยการเซฟถึง 15 ครั้งในเกมเดียวที่เสมอ เอกวาดอร์ 0-0 เกือบทำลายสถิติการเซฟมากที่สุดในเกมฟุตบอลโลก พร้อมพาคูราเซาคว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

ฟุตบอลโลก 2026 Reuters/MARIA LYSAKER
"เมสซี" กดแฮตทริกนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก

"เมสซี" กดแฮตทริกนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก
"ลิโอเนล เมสซี" สร้างอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในอาชีพ ด้วยการทำ "แฮตทริก" ในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก พา "อาร์เจนตินา" เอาชนะแอลจีเรียได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดเปิดสนามของศึกฟุตบอลโลก 2026

แม้จะมีอายุ 38 ปี และหลายคนมองว่านี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา แต่เมสซีกลับเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ได้อย่างร้อนแรง ฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเกมแรกยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคี่ยวตำแหน่งดาวซัลโวกับ "คีลิยัน เอ็มบัปเป้" ตลอดทั้งการแข่งขัน ก่อนที่เมสซีจะจบฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะรองดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์

อาร์เจนตินาพลิกนรกชนะอังกฤษ ทะลุชิงฟุตบอลโลก
แฟนบอลอาร์เจนตินาเกือบสิ้นหวัง เมื่อทีมตกเป็นฝ่ายตามหลังอังกฤษ 0-1 จนถึงนาทีที่ 84 หลัง" แอนโธนี กอร์ดอน" ยิงประตูให้อังกฤษขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 55 และทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยความผิดหวังของทัพ "ฟ้าขาว"

แต่เกมพลิกผันในช่วงท้าย เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ แอสซิสต์ให้ "เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ" ยิงตีเสมอในนาทีที่ 85 ก่อนที่กัปตันทีมอาร์เจนตินาอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ จะเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ "เลาตาโร่ มาร์ติเนซ" โหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาอาร์เจนตินาพลิกแซงเอาชนะอังกฤษ 2-1 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน 

ฟุตบอลโลก 2026 Reuters/Hannah McKay
การ "พายเรือไวกิ้ง" Viking Row ของทีมชาตินอร์เวย์

การ "พายเรือไวกิ้ง" Viking Row ของนอร์เวย์
ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้สร้างความประทับใจเพียงแค่การแข่งขันในสนาม แต่ยังเต็มไปด้วยสีสันจากกองเชียร์ทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนบอลทีมชาติ "นอร์เวย์" ที่สร้างเอกลักษณ์ด้วยการเชียร์แบบ "พายเรือไวกิ้ง" (Viking Row ) ซึ่งทุกคนจะทำท่าพายเรืออย่างพร้อมเพรียงไปตามจังหวะกลองในทุกนัดที่ทีมลงสนามนอกจากแฟนบอลจะร่วมกันทำท่าพายเรือบนอัฒจันทร์แล้ว นักเตะนอร์เวย์ยังร่วมฉลองชัยด้วยการนำแฟน ๆ ทำท่าเชียร์นี้หลังจบเกมที่คว้าชัย 

ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนามแข่งขัน เพราะแฟนบอลนอร์เวย์ยังยกบรรยากาศการเชียร์แบบ "พายเรือไวกิ้ง" ไปที่ "ไทม์สแควร์" ใจกลางนครนิวยอร์ก สร้างสีสันให้กับฟุตบอลโลก 2026 และกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้


"ทาร์ทัน อาร์มี" เปลี่ยนบอสตันให้เป็นสกอตแลนด์
หนึ่งในสีสันที่น่าประทับใจของฟุตบอลโลก 2026 คือบรรยากาศจากเหล่ากองเชียร์โดยเฉพาะ "ทาร์ทัน อาร์มี" กองเชียร์ทีมชาติ "สกอตแลนด์" ที่กลับมาสัมผัสเวทีฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

แม้ทีมชาติสกอตแลนด์จะไม่สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจในสนามได้ แต่แฟนบอลของพวกเขายังคงร้องเพลงเชียร์และสร้างบรรยากาศอันคึกคักตลอดทัวร์นาเมนต์ จนทำให้หลายพื้นที่ในเมืองบอสตันเต็มไปด้วยสีสันของชาวสกอตแลนด์

นอกจากการคว้าแชมป์โลกของทีมชาติ "สเปน" แล้ว ฟุตบอลโลก 2026 ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำมากมาย ทั้งเสียงเชียร์อันเร้าใจจากแฟนบอล โมเมนต์แห่งประวัติศาสตร์ในสนาม ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ที่ทำให้ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่ยากจะลืมเลือน
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ