ครั้งหนึ่ง เมสซี่เคยคิดว่าตัวเองคงไม่มีวันได้ชูถ้วยแชมป์กับอาร์เจนตินา เส้นทางกับทีมชาติของเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยเรื่องราวที่สวยงามนัก มีทั้งความพ่ายแพ้ในนัดชิง เสียงวิจารณ์ และคำถามซ้ำ ๆ ว่า ทำไมนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอล ถึงยังไม่สามารถพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้
จนถึงปี 2016 หลังพ่ายชิลีในการดวลจุดโทษนัดชิงโคปา อเมริกา เมสซี่ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติในวัยเพียง 29 ปี แต่การบอกลาครั้งนั้นกลับไม่ใช่บทสุดท้าย
เพราะเมสซี่เปลี่ยนใจกลับมารับใช้ทีมชาติอีกครั้ง และการกลับมาครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในเส้นทางของเขากับอาร์เจนตินา
ปี 2021 เมสซี่คว้าแชมป์โคปา อเมริกาได้เป็นครั้งแรกกับทีมชาติชุดใหญ่ ก่อนจะพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ ฟินาลิสซิม่าในปี 2022 และปิดฉากปีเดียวกันด้วยสิ่งที่เขาตามหามาตลอดชีวิต นั่นคือ แชมป์ฟุตบอลโลก
อาร์เจนตินาเอาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษหลังเสมอกัน 3-3 และเมสซี่คว้าแชมป์โลกครั้งแรกในชีวิต พร้อมรางวัลโกลเด้น บอล ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์
สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นเหตุผลในการตั้งคำถามถึงความยิ่งใหญ่ของเขา กลายเป็นสิ่งที่เมสซี่มีอยู่ในมือครบถ้วน
- โคปา อเมริกา 2021
- ฟินาลิสซิม่า 2022
- ฟุตบอลโลก 2022
และโคปา อเมริกา 2024
จากนักเตะที่เคยแพ้นัดชิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นกัปตันที่พาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์รายการใหญ่ต่อเนื่องและในปี 2026 เมสซี่กลับมาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 6 ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดของนักเตะชายร่วมกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้
อาร์เจนตินาเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ขณะที่เมสซี่ในวัย 39 ปียังเป็นหนึ่งในนักเตะสำคัญของทีม เขาจบทัวร์นาเมนต์ด้วย 8 ประตู 4 แอสซิสต์ และคว้าซิลเวอร์ บอล หรือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอันดับที่ 2 ของทัวร์นาเมนต์
แต่ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขาไม่ได้จบลงด้วยถ้วยรางวัล เพราะอาร์เจนตินาพ่ายสเปน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากประตูของเฟร์ราน ตอร์เรสในนาทีที่ 106
ภาพหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายจึงกลายเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกจดจำ เมสซี่ยืนอยู่ในสนามท่ามกลางความพ่ายแพ้ ขณะที่แฟนบอลอาร์เจนตินาตะโกนเรียกชื่อของเขา
แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่ตอนจบที่เขาต้องการ แต่บางที มันอาจเป็นตอนจบที่บอกได้ชัดที่สุดว่า เมสซี่ไม่เหลืออะไรให้พิสูจน์กับทีมชาติอีกแล้ว
หลังจบทัวร์นาเมนต์ เมสซี่เคยเขียนถึงความพ่ายแพ้ว่า ความเจ็บปวดครั้งนี้จะต้องใช้เวลาในการเยียวยา แต่เขายังเลือกเก็บความทรงจำดี ๆ จากเส้นทางที่ผ่านมา เพราะทีมชุดนี้เพิ่งพาอาร์เจนตินาเข้าชิงฟุตบอลโลกได้สองครั้งติดต่อกัน
และเมื่อวานที่ผ่านมา เมสซี่ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เขาจะยุติเส้นทางกับทีมชาติอาร์เจนตินา โดยเขายอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้เจ็บปวด แต่เขารู้ว่าเวลาของเขากับทีมชาติมาถึงบทสุดท้ายแล้ว
เหตุผลส่วนหนึ่งยิ่งทำให้การตัดสินใจครั้งนี้มีความหมายมากขึ้น เพราะไม่นานก่อนหน้านั้น ฮอร์เก เมสซี่ ผู้เป็นพ่อของเขาเสียชีวิตในวัย 68 ปี และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เมสซี่ยอมรับว่าเขาเริ่มมีคำถามกับอนาคตของตัวเองในวงการฟุตบอลมากขึ้น
แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้กับอาร์เจนตินานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะสรุปด้วยคำว่า “แชมป์” 207 นัด 125 ประตู เมสซี่คือเจ้าของสถิติลงเล่นและยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติอาร์เจนตินา
เขาผ่านฟุตบอลโลกมาแล้ว 6 ครั้ง ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศถึง 3 ครั้ง และคว้าแชมป์มาได้ 1 สมัย แถมยังคว้าโคปา อเมริกา อีก 2 สมัย และเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมที่เปลี่ยนจากยุคแห่งความผิดหวัง กลายเป็นหนึ่งในทีมชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในทุกวันนี้
ที่สำคัญคือ เรื่องราวของเมสซี่กับอาร์เจนตินาไม่ได้มีแค่ตัวเลข เพราะเขาเคยเป็นนักเตะที่ถูกมองว่า เก่งเกินไปสำหรับสโมสร แต่ยังไม่ดีพอสำหรับทีมชาติ เคยถูกเปรียบเทียบกับ ดิเอโก มาราโดนา เคยถูกถามซ้ำ ๆ ว่าทำไมถึงพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ไม่ได้
และเคยเดินออกจากทีมชาติด้วยความผิดหวังมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่หลังจากนั้น เขาก็พาทีมคว้าแชมป์ที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนอยู่ไกลเกินเอื้อมทั้งหมด
วันนี้เมสซี่กำลังเดินออกจากทีมชาติในฐานะแชมป์โลก เจ้าของสถิติสูงสุดของอาร์เจนตินา และนักเตะที่เปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองกับทีมชาติไปตลอดกาล
แม้เขาอาจไม่ได้ปิดฉากด้วยแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สอง แต่บางที “ตอนจบที่สมบูรณ์แบบ” ของเมสซี่ อาจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการชูถ้วยอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เขาตามหามาตลอดชีวิต เขาเคยคว้ามันมาได้แล้ว และเมื่อถึงวันที่ต้องบอกลา เขาสามารถเดินออกจากสนามพร้อมความรู้สึกว่า… เขาให้ทุกอย่างกับทัพฟ้าขาวไปแล้ว
จากเด็กหนุ่มที่เคยถูกตั้งคำถาม, จากนักเตะที่เคยร้องไห้หลังแพ้นัดชิง และจากคนที่เคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติ สู่ชายวัย 39 ปีที่กำลังปิดฉากการรับใช้ชาติด้วยสถิติ 207 นัด 125 ประตู และแชมป์รายการใหญ่ 3 รายการ
นี่คือบทสุดท้ายที่แสนงดงามของเมสซี่กับอาร์เจนตินา จากวันที่เคยผิดหวังจนคิดจะเดินจากไป สู่วันที่เขาคว้าแชมป์ที่เฝ้ารอมาทั้งชีวิต วันนี้เมสซี่ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้ว..