เอเชียนเกมส์ 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้น และเมื่อพูดถึงกีฬาบาสเกตบอลชาย “จีน” มักเป็นหนึ่งในชาติที่ถูกจับตามองเสมอ เพราะตลอดประวัติศาสตร์ พวกเขาคว้าเหรียญทองรายการนี้มาแล้วถึง 8 ครั้ง มากที่สุดในเอเชีย
ย้อนกลับไป จีนคือชาติที่คว้าเหรียญทองบาสเกตบอลชายในเอเชียนเกมส์ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ครั้งล่าสุดในปี 2022 พวกเขาจะจบเพียงอันดับ 3 หลังฟิลิปปินส์คว้าแชมป์ไปครอง
แต่ความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษก็สะท้อนให้เห็นว่า บาสเกตบอลไม่ได้เป็นเพียงกีฬาในจีน แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไปแล้ว
แล้วคำถามคือ ทำไม “บาสเกตบอล” ถึงได้รับความนิยมในจีนมากขนาดนั้น? เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปไกลกว่าที่หลายคนคิด
บาสเกตบอลเดินทางเข้าสู่จีนตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไม่นานหลังจากกีฬาชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะค่อย ๆ แพร่กระจายผ่านโรงเรียน เมืองต่าง ๆ และชุมชนทั่วประเทศ
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บาสเกตบอลเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คือมันเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่มาก และไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ สนามหนึ่งแห่งสามารถแบ่งพื้นที่ให้เล่นบาสได้หลายสนาม จึงเหมาะกับการเติบโตของเมืองและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ บาสเกตบอลยังถูกนำมาใช้ในกองทัพจีนเพื่อส่งเสริมความฟิตและการทำงานเป็นทีม ก่อนจะถูกผลักดันเข้าสู่ระบบการศึกษา ทำให้เด็กจีนจำนวนมากได้สัมผัสกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
พูดง่าย ๆ คือ บาสไม่ได้โตขึ้นจากการมีซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คน แต่มันค่อย ๆ ฝังรากลงไปในชีวิตประจำวันของคนจีนมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ
แม้บาสเกตบอลจะหยั่งรากในจีนมานานแล้ว แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้กีฬาชนิดนี้ได้รับความสนใจในวงกว้าง และเชื่อมโยงจีนเข้ากับโลกบาสเกตบอล ก็คือการเข้ามาของ NBA
ช่วงปลายทศวรรษ 1980 เกม NBA เริ่มถูกนำมาถ่ายทอดสดในจีนผ่าน CCTV ทำให้แฟนกีฬาจีนได้เห็นนักบาสระดับโลกอย่าง ไมเคิล จอร์แดน และ แมจิก จอห์นสัน มากขึ้น ขณะที่ NBA เองก็มองเห็นศักยภาพของตลาดจีนและพยายามขยายความนิยมอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งปี 2002 ชื่อของ “เหยา หมิง” ปรากฏขึ้นในดราฟต์ NBA ทีมฮิวสตัน รอกเก็ตส์ เลือกเซ็นเตอร์ชาวจีนด้วยดราฟต์อันดับ 1 และการมาถึงของเขาก็เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ NBA ไปอย่างมหาศาล
เหยา หมิง ไม่ได้เป็นเพียงนักบาสชาวจีนคนหนึ่งที่ไปเล่นในสหรัฐฯ แต่เขากลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองวัฒนธรรม
ตลอด 9 ฤดูกาลกับฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์ เหยา หมิงสร้างชื่อจนได้รับเลือกเป็น All-Star ถึง 8 ครั้ง และปิดฉากเส้นทางใน NBA ด้วยการได้รับการบรรจุเข้าสู่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ในปี 2016
สำหรับแฟนบาสชาวจีน การได้เห็น “คนของพวกเขา” ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีเดียวกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ทำให้ความสนใจใน NBA พุ่งขึ้นไปอีกระดับ
จากเดิมที่คนจีนดู ไมเคิล จอร์แดน, โคบี้ ไบรอัน หรือ เลบรอน เจมส์ กลายเป็นว่าพวกเขาเริ่มมีฮีโร่ที่เป็นคนชาติเดียวกับตัวเอง
และผลลัพธ์เหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนาม เพราะปัจจุบันบาสเกตบอลกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปในจีน ตั้งแต่สนามบาสในชุมชน โรงเรียน และหมู่บ้าน ไปจนถึงโซเชียลมีเดีย แฟชั่น สินค้าแบรนด์กีฬา และการเดินทางมาของเหล่าซูเปอร์สตาร์ NBA
นักบาสระดับโลกอย่าง สตีเฟ่น เคอร์รี่, เจมส์ ฮาร์เดน หรือเคลย์ ทอมป์สัน ต่างเคยเดินทางไปจีนเพื่อพบแฟน ๆ และทำกิจกรรมกับแบรนด์ ขณะที่แฟนจีนเองก็มีวัฒนธรรมการติดตาม NBA ที่ละเอียดไม่แพ้แฟนจากประเทศต้นกำเนิดของกีฬา
พวกเขาไม่ได้รู้จักแค่ซูเปอร์สตาร์ แต่ยังตามไปถึงผู้เล่นสำรองและดาวรุ่งของแต่ละทีม และความนิยมยังขยายไปถึงระดับรากหญ้าอย่าง “Village Basketball” หรือการแข่งขันบาสเกตบอลตามหมู่บ้านในชนบท ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับความสนใจไปทั่วประเทศ และสะท้อนว่าความหลงใหลในบาสไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองใหญ่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เมื่อพูดถึงบาสเกตบอลในเอเชีย ชื่อของจีนจึงยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ
เพราะความยิ่งใหญ่ของจีนไม่ได้เกิดจากการคว้าเหรียญทองเพียง 8 ครั้งในเอเชียนเกมส์ แต่เกิดจากการที่พวกเขาสร้างวัฒนธรรมบาสขึ้นมาเป็นเวลานานกว่าร้อยปี ตั้งแต่สนามบาสในโรงเรียนและชุมชน ไปจนถึงเวที NBA และการแข่งขันระดับนานาชาติ
และแม้เอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจว จีนจะพลาดเหรียญทองให้กับฟิลิปปินส์ แต่เมื่อเอเชียนเกมส์ครั้งนี้กำลังจะเปิดฉากขึ้น คำถามที่น่าสนใจก็คือ “จีนจะทวงบัลลังก์บาสเกตบอลชายกลับมาได้หรือไม่?”
เพราะสำหรับประเทศที่บาสเกตบอลไม่ได้เป็นเพียงกีฬา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม การกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของเอเชีย ย่อมเป็นเป้าหมายที่พวกเขาต้องการเสมอ