WorldBank2026 WorldBank2026

5 จังหวะ VAR พลาดสะเทือนพรีเมียร์ลีก จากอดีตถึงแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าถูกเสมอ ย้อน 5 จังหวะ VAR พลาดที่ส่งผลต่อเกมและแต้มสำคัญในพรีเมียร์ลีก

VAR เข้ามาในพรีเมียร์ลีกด้วยความหวังว่าจะช่วยลดความผิดพลาดของผู้ตัดสิน และทำให้เกมฟุตบอลยุติธรรมมากขึ้น แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรากลับได้เห็นอีกด้านของเทคโนโลยี เมื่อบางจังหวะไม่ได้ผิดเพราะมองไม่เห็นภาพ แต่ผิดเพราะคนที่อยู่หน้าจอ “ตัดสินใจพลาด”

และบางครั้ง ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้จบแค่เสียงวิจารณ์หลังเกม เพราะมันอาจเปลี่ยนผลการแข่งขัน เปลี่ยนคะแนนบนตาราง หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนเส้นทางการลุ้นแชมป์

จังหวะปัญหาในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อคืน Reuters/Jason Cairnduff
จังหวะปัญหาในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อคืน

หลุยส์ ดิอาซ กับประตูที่ VAR เห็นว่าไม่ล้ำ แต่กลับปล่อยให้ถูกริบ

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ลิเวอร์พูล (30 กันยายน 2023)
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ VAR พรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

ลิเวอร์พูลกำลังเสมอ 0-0 กับสเปอร์ส ก่อนที่โม ซาล่าห์ จะจ่ายบอลทะลุให้หลุยส์ ดิอาซ หลุดเข้าไปยิงผ่าน กูเยลโม วิคาริโอ ได้สำเร็จ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินกลับยกธงล้ำหน้า และประตูถูกริบ

อย่างไรก็ดี ปัญหาคือ ดิอาซ ไม่ได้ล้ำหน้า เมื่อภาพจาก VAR ถูกตรวจสอบ ตำแหน่งของดิอาซ ชัดเจนว่าเขาอยู่ในตำแหน่ง onside แต่แทนที่ VAR จะส่งสัญญาณให้ผู้ตัดสินกลับคำตัดสิน กลับเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารครั้งใหญ่

ดาร์เรน อิงแลนด์  ผู้ทำหน้าที่กรรมการ VAR เข้าใจผิดว่าการตัดสินในสนามคือ “ให้ประตู” จึงพูดว่า “check complete” ก่อนที่เกมจะกลับมาเล่นต่อด้วยลูกฟรีคิกของสเปอร์ส

หลังจากนั้นทีม VAR ถึงเพิ่งรู้ว่าคำตัดสินในสนามเป็นการให้ล้ำหน้า แต่เมื่อเกมกลับมาเล่นต่อแล้ว VAR ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก

PGMOL ยอมรับภายหลังว่าเหตุการณ์นี้เกิดจาก ความผิดพลาดของทีมงานผู้ตัดสิน และ VAR ควรเข้ามาแก้ไขให้ประตูของ ดิอาซ เป็นประตูที่ถูกต้อง

นี่จึงไม่ใช่แค่กรณี “กรรมการมองล้ำหน้าผิด” แต่เป็นกรณีที่ VAR มีภาพที่ถูกต้องอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่กลับสื่อสารผิดจนไม่สามารถแก้ไขคำตัดสินได้

อาร์เซน่อล เสีย 2 แต้ม เพราะ VAR ไม่ได้เช็กจังหวะล้ำหน้า

อาร์เซน่อล 1-1 เบรนท์ฟอร์ด (11 กุมภาพันธ์ 2023)
ช่วงเวลาที่อาร์เซน่อล กำลังเดินหน้าลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเขาต้องเจอกับความผิดพลาดของ VAR ที่มีผลกับคะแนนโดยตรง

อาร์เซน่อลขึ้นนำก่อนจาก เลอันโดร ทรอสซาร์ ก่อนที่ อิวาน โทนีย์ จะโหม่งตีเสมอให้ เบรนท์ฟอร์ด ในนาทีที่ 74

แต่ปัญหาอยู่ที่จังหวะก่อนหน้านั้น เมื่อ คริสเตียน นอร์การ์ด ซึ่งเป็นคนส่งบอลให้ โทนีย์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

ลี เมสัน ผู้ตัดสิน VAR มีหน้าที่ตรวจสอบจังหวะดังกล่าว แต่กลับไม่ได้ลากเส้นเพื่อเช็กตำแหน่งของ นอร์การ์ด ทำให้ลูกนั้นเป็นประตู ส่งผลให้เกมนั้นอาร์เซน่อลต้องจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1

PGMOL ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการตรวจสอบของ VAR ขณะที่ ฮาเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินในเวลานั้น ได้ติดต่อ อาร์เซน่อล เพื่ออธิบายและขอโทษ ส่วน ลี เมสัน ก็ได้ลาออกจากสมาคมผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ

มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับคำขอโทษ แต่ก็พูดอย่างชัดเจนว่าความผิดพลาดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล เสียไป 2 คะแนน ซึ่งไม่มีทางได้คืน

เมื่อมองย้อนกลับไปในบริบทของฤดูกาลนั้น คะแนนทุกแต้มมีความหมาย เพราะ อาร์เซนอล กำลังต่อสู้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อแชมป์พรีเมียร์ลีก

นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความผิดพลาดในการตัดสิน ของ VAR ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “จังหวะหนึ่งในเกม” แต่มันสามารถส่งผลต่อการแข่งขันทั้งฤดูกาลได้

โอนาน่าปะทะคาลัดจ์ซิช แต่ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่ได้จุดโทษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน (14 สิงหาคม 2023) อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน และกำลังนำอยู่ 1-0 ก่อนเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ และ อ็องเดร โอนาน่า ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาพยายามคว้าบอล แต่กลับพุ่งชน ซาชา คาลัดจ์ซิช จนล้มลงในกรอบเขตโทษ

ไซมอน ฮูเปอร์ ผู้ตัดสินในสนามไม่ได้ให้จุดโทษ ขณะที่ ไมเคิล ซอลส์บิวรี ผู้ตัดสิน VAR ตรวจสอบเหตุการณ์แล้ว แต่ไม่ได้แนะนำให้ผู้ตัดสินไปดูภาพที่จอ

หลังเกม ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ยอมรับว่า VAR ควรเข้ามาแทรกแซงจังหวะนี้ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ควรได้จุดโทษ  สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าสนใจคือ มันไม่ได้เกิดจาก VAR ไม่มีภาพหรือไม่มีเวลาเช็ก 

เพราะ VAR ตรวจสอบจังหวะดังกล่าวแล้ว เพียงแต่การประเมินว่าเหตุการณ์นั้นชัดเจนพอที่จะเปลี่ยนคำตัดสินหรือไม่ กลับผิดพลาด

มันจึงเป็นตัวอย่างของคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นกับ VAR มาตลอดว่า ถ้า VAR เห็นเหตุการณ์เดียวกับคนดูทั่วโลก แล้วทำไมถึงไม่แนะนำให้ผู้ตัดสินกลับไปดูจอ?

โอเดการ์ด แฮนด์บอล แต่ ลิเวอร์พูล ไม่ได้จุดโทษ

ลิเวอร์พูล 1-1 อาร์เซน่อล (23 ธันวาคม 2023) เกมที่สองทีมกำลังเบียดกันอยู่บนหัวตาราง กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่มีประเด็น VAR ตามมา

ช่วงครึ่งแรก มาร์ติน โอเดการ์ด ล้มลงในกรอบเขตโทษของ อาร์เซน่อล ก่อนที่บอลจะไปสัมผัสแขนของเขา ผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ ไม่ได้เป่าให้เป็นจุดโทษ และ VAR ก็ไม่ได้แนะนำให้ผู้ตัดสินกลับไปดูภาพเหตุการณ์ด้วยตัวเอง

เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ออกมายอมรับว่า ลิเวอร์พูล ควรได้จุดโทษจากจังหวะดังกล่าว

เว็บบ์อธิบายว่า แม้ โอเดการ์ด จะล้มและพยายามดึงแขนกลับเข้าหาตัว แต่การเคลื่อนไหวของแขนทำให้เกิดการสัมผัสบอล และส่งผลให้ อาร์เซน่อล ได้เปรียบจากจังหวะดังกล่าว

นี่เป็นอีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้เกิดจากการลากเส้นหรือการตรวจสอบจังหวะล้ำหน้า แต่เป็นเรื่องของ การตีความเหตุการณ์

และเมื่อเป็นเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล ซึ่งกำลังต่อสู้กันบนหัวตาราง ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวจึงมีความสำคัญขึ้นมาอีกหลายเท่า

ฮาลันด์ ยิงประตูชัยแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ก่อนองค์กรผู้ตัดสินยอมรับว่าเป็น “Error of Judgement”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (13 กันยายน 2026) และนี่คือเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน สด ๆ ร้อน ๆ 
โดยแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งที่ 199 จบลงด้วยชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 จากประตูของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในนาทีที่ 60

แต่ประตูนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากข้อถกเถียง จังหวะแรก ไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าให้ ฮาแลนด์ ล้ำหน้า ก่อนที่ VAR จะเข้ามาตรวจสอบและพบว่า ฮาแลนด์ ยังอยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า เพราะ แพทริค ดอร์กู เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่ทำให้เขาไม่ล้ำหน้า

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ฮาลันด์ แต่อยู่ที่ เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

โดยกองกลางคนใหม่ของทัพเรือใบสีฟ้า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและพยายามเข้าไปเล่นกับบอลในจังหวะเดียวกัน แม้สุดท้ายจะไม่ได้สัมผัสบอลก็ตาม

แต่ VAR ตัดสินว่า เฟร์นันเดซ ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเล่นมากพอที่จะถือว่าเป็นการล้ำหน้า จึงกลับคำตัดสินและให้ประตูของ ฮาลันด์เป็นประตู

แต่หลังจบเกมองค์กรดูแลการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (Pro Ref) ออกมายอมรับว่า VAR ไม่ได้พิจารณาผลกระทบจากตำแหน่งของ เฟร์นันเดซ อย่างเพียงพอ และควรแนะนำให้ ไมเคิล โอลิเวอร์ กลับไปดูภาพเหตุการณ์ด้วยตัวเอง

ที่สำคัญคือโปร เรฟ ใช้คำว่า “Error of Judgement” หรือ ความผิดพลาดในการใช้วิจารณญาณ และได้ติดต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อยอมรับความผิดพลาดดังกล่าวแล้ว

จังหวะนี้จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะต่างจากหลายเหตุการณ์ในอดีตที่แฟนบอลต้องถกเถียงกันเองว่ากรรมการตัดสินผิดหรือไม่ผิด แต่ครั้งนี้องค์กรผู้ตัดสินออกมายอมรับด้วยตัวเองว่า VAR ควรทำได้ดีกว่านี้

จากทั้ง 5 เหตุการณ์ จะเห็นว่า VAR ไม่ได้ทำให้ความผิดพลาดของมนุษย์หายไป และนี่คือเหตุผลที่คำว่า Error of Judgement ยังคงเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยตัดสินมากขึ้นก็ตาม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ