"เรอัล มาดริด" มีทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งนี้? ปัญหาที่ มูรินโญ่ ต้องจัดการ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกมรุกยังอันตราย โอกาสยังมาไม่ขาด แต่ทำไมมาดริดยังปิดเกมไม่ลง? เมื่อโจทย์ใหญ่ของมูรินโญ่ อาจไม่ใช่การยิงประตู

“สิ่งที่ดีคือ ไม่มีใครเบื่อเวลาที่ดูเรอัล มาดริดเล่น เพราะมันสนุกจริง ๆ”

นี่คือคำพูดของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังเกมที่เรอัล มาดริดเฉือนชนะเอลเช่ 3-2 ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นคำพูดติดตลกที่พูดถึงสไตล์การเล่นของทีม แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป มันกลับสะท้อนปัญหาบางอย่างที่มาดริดกำลังเจอได้อย่างตรงจุด เพราะ “ความสนุก” สำหรับแฟนบอลอาจหมายถึงเกมที่มีประตู มีจังหวะลุ้น และมีเรื่องให้พูดถึงจนจบเกม
 

ทัพราชันชุดขาวฟอร์มไม่ดี Reuters/Ana Beltran
ทัพราชันชุดขาว

แต่สำหรับทีมที่ต้องการผลการแข่งขัน และต้องการแต้ม ความสนุกที่มากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป หากเล่นสนุกไปแต่คว้าแต้มไม่ได้ ความสนุกนั้นก็แทบจะเสียเปล่า..

ปัญหาของมาดริดในช่วงต้นฤดูกาลจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างโอกาส หรือการขาดนักเตะที่สามารถทำประตูได้

ตรงกันข้าม พวกเขายังคงเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างโอกาสได้มากที่สุดในลีก และมีค่า Expected Goals หรือ xG สูงที่สุดในลาลีกาที่ 17.73 ขณะที่จำนวนการยิงชนเสาก็สูงที่สุดในลีกถึง 9 ครั้ง

เอ็มบัปเป้เองก็ยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวรุกของทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวเอง

แต่คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมเกมของมาดริดถึงยังไม่สามารถถูกควบคุมได้อย่างที่ควรจะเป็น?

คำตอบอาจอยู่ที่คำว่า “Game Management” หรือคือความสามารถในการบริหารจัดการเกม ตั้งแต่การควบคุมจังหวะ การรักษาความได้เปรียบ ไปจนถึงการรู้ว่าช่วงไหนควรเร่งเกม และช่วงไหนควรทำให้เกมอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง

มาดริดมีความสามารถในการสร้างโอกาสอยู่แล้ว แต่เมื่อได้เปรียบ พวกเขายังมีช่วงเวลาที่ปล่อยให้เกมเปิดมากเกินไป แทนที่จะค่อย ๆ ดึงจังหวะกลับมาอยู่ในมือ

เมื่อคู่แข่งเริ่มมีพื้นที่ เกมก็เปลี่ยนจากการแข่งขันที่มาดริดควบคุมได้ กลายเป็นเกมที่ทั้งสองทีมมีโอกาสสร้างความอันตรายใส่กัน

และตรงนี้เองที่ทำให้คำพูดของมูรินโญ่เรื่อง “ไม่มีใครเบื่อ” กลายเป็นประโยคที่น่าสนใจขึ้นมา เพราะถ้ามาดริดสามารถปิดเกมได้อย่างสมบูรณ์ เกมอาจไม่ได้สนุกหรือหวือหวาจนถึงนาทีสุดท้ายแต่ฟุตบอลของทีมแบบราชันชุดขาว ไม่จำเป็นต้องสนุกตลอด 90 นาที

บางครั้ง สิ่งที่สำคัญกว่าการสร้างความตื่นเต้น คือการทำให้คู่แข่งไม่มีโอกาสกลับมา และปัญหานี้เกี่ยวข้องกับแดนกลางของทีมโดยตรง

หลังการเลิกเล่นของ โทนี่ โครส และการย้ายออกของ ลูก้า โมดริช มาดริดยังมีมิดฟิลด์คุณภาพเต็มทีม แต่สิ่งที่หายไปคือคนที่สามารถยืนอยู่ลึกและทำหน้าที่เป็น “ตัวควบคุมจังหวะ” ของทีมอย่างสม่ำเสมอ

นักเตะในแดนกลางของมาดริดมีทั้งพลังในการวิ่ง ความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า และการเล่นเกมรับ แต่บทบาทของคนที่จะคอยกำหนดจังหวะว่าเกมควรเดินเร็วหรือช้า ยังเป็นสิ่งที่มูรินโญ่กำลังหาส่วนผสมที่ลงตัว

เมื่อไม่มีคนที่สามารถดึงเกมกลับมาอยู่ในจังหวะของตัวเองได้ มาดริดจึงมีโอกาสถูกลากเข้าสู่เกมที่เร็วและเปิดมากขึ้น

แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่ามาดริดมีปัญหาใหญ่จนแก้ไม่ได้ ฤดูกาลเพิ่งเริ่มต้น นักเตะยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจบทบาทของตัวเอง และมูรินโญ่เองก็ยังอยู่ในช่วงหาส่วนผสมที่ดีที่สุดของทีม

แต่ถ้ามองจากสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาล สิ่งที่มาดริดต้องพัฒนาจึงไม่ใช่แค่การยิงประตูให้มากขึ้น หรือสร้างโอกาสให้มากกว่าเดิม

พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะ “ปิดเกม” นำแล้วต้องรู้ว่าจะรักษาความได้เปรียบอย่างไร มีโอกาสแล้วต้องรู้ว่าจะเปลี่ยนมันเป็นประตูเพื่อปิดเกมอย่างไร และเมื่อคู่แข่งเริ่มกลับมา ต้องรู้ว่าจะหยุดโมเมนตัมของอีกฝ่ายตรงไหน นั่นอาจเป็นคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทัพราชันชุดขาวในตอนนี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เรอัล มาดริดไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกเกมสนุกจนแฟนบอลลุ้นแทบขาดใจ พวกเขาแค่ต้องทำให้คู่แข่งรู้ว่า เมื่อมาดริดขึ้นนำแล้ว...เกมไม่จำเป็นต้องสนุกอีกต่อไป เพราะมันควรต้องจบลงตรงนั้นมากกว่า
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ