WorldBank2026 WorldBank2026

"แมนยู" พังตรงไหน? เปิด 6 ปัญหาที่ฉุดปีศาจแดงให้จมอยู่กับวิกฤต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปลี่ยนโค้ชก็แล้ว เสริมทัพก็แล้ว แต่ทำไมแมนยูยังไม่ฟื้น? เจาะ 6 ปัญหาตั้งแต่บอร์ดบริหารถึงแฟนบอล ที่ปีศาจแดงต้องรีบสะสาง

เปลี่ยนโค้ชก็แล้ว ปรับทีมก็แล้ว แต่ทำไมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงยังหนีไม่พ้นวงจรปัญหาเดิม ๆ? เบื้องหลังผลงานที่น่าผิดหวัง อาจมีเรื่องที่ใหญ่กว่าฟอร์มการเล่น เพราะตั้งแต่เจ้าของสโมสร ฝ่ายบริหาร การเสริมทัพ ไปจนถึงความสัมพันธ์กับแฟนบอล 

ทัพปีศาจแดงกำลังเผชิญปัญหาที่พันกันจนยากจะแก้ และนี่คือ 6 โจทย์ใหญ่ที่สโมสรต้องรีบสะสาง หากหวังกลับมายืนอยู่แถวหน้าของวงการฟุตบอลอีกครั้ง..
 

แมนยูกับการเผชิญวิกฤต Reuters/Susana Vera
แมนยู

ปัญหาแรกคือ ความไม่ชัดเจนในการบริหารสโมสร แม้เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เข้ามาซื้อหุ้นสโมสรและรับหน้าที่ดูแลการบริหารงานของแมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังซื้อหุ้นบางส่วนจากตระกูลเกลเซอร์ แต่เวลาผ่านไปราวสองปีครึ่ง ทิศทางการบริหารของสโมสรก็ยังถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงที่ผ่านมา ยูไนเต็ดมีทั้งการปลดผู้จัดการทีม การเปลี่ยนผู้อำนวยการด้านฟุตบอล การลดจำนวนพนักงานถึง 322 ตำแหน่ง ตลอดจนเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับการเสริมทัพ และล่าสุดยังเกิดความขัดแย้งจากคำพูดของลิซานโดร มาร์ติเนซอีกด้วย 

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดทิศทางระยะยาวของสโมสร และแผนงานที่วางไว้มีความต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน

ปัญหาที่สองคือ ความน่าเชื่อถือของฝ่ายบริหารด้านฟุตบอล โดยลิซานโดร มาร์ติเนซออกมาพูดถึง เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการด้านฟุตบอล รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของสโมสรโดยตรง ภายหลังความพ่ายแพ้ต่อแอตเลติโก มาดริด 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ประเด็นนี้ทำให้วิลค็อกซ์ตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เพราะคำวิจารณ์ของมาร์ติเนซเกี่ยวข้องกับการสร้างขุมกำลังและการสนับสนุนทีม ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของฝ่ายบริหารด้านฟุตบอล ขณะเดียวกัน โอมาร์ เบอร์ราดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสร ก็ถูกจับตามองเช่นกัน เนื่องจากมีบทบาทใกล้ชิดกับการดำเนินงานของทีม

ทั้งวิลค็อกซ์และเบอร์ราดาต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสำคัญหลายครั้ง ตั้งแต่การต่อสัญญาเอริก เทน ฮาก ก่อนปลดออกจากตำแหน่งในอีก 116 วันต่อมา การแต่งตั้งรูเบน อโมริม ซึ่งแยกทางกับสโมสรหลังทำงานได้ 14 เดือน ไปจนถึงการเลือกไมเคิล คาร์ริคเข้ามาคุมทีมในช่วงแรกด้วยสถานะชั่วคราว ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือถาวร

แม้คาร์ริคจะพาทีมกลับไปเล่นในแชมเปียนส์ลีกได้ แต่ผลงานในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลกลับถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ย่ำแย่ที่สุดของสโมสรในรอบ 40 ปี นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของฝ่ายบริหารว่า การตัดสินใจที่ผ่านมาเกิดจากแผนระยะยาวที่ชัดเจน หรือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่าน ๆ ไปกันแน่

ปัญหาที่สามคือ การเสริมทัพที่ยังไม่ตอบโจทย์ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะความรู้สึกที่ว่าคาร์ริคอาจไม่ได้รับขุมกำลังที่พร้อมสำหรับการทำงานอย่างเต็มที่

แนวทางการเสริมทัพของสโมสรแบ่งออกเป็นหลายช่วง โดยเน้นปรับปรุงแนวรุกเป็นหลักในปีก่อน ตามด้วยการยกเครื่องแดนกลางในช่วงตลาดซื้อขายฤดูร้อนที่ผ่านมา ส่วนแนวรับถูกวางแผนให้เป็นเป้าหมายสำคัญในปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม วิธีการเสริมทีมเป็นส่วน ๆ เช่นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดสโมสรจึงไม่จัดการกับตำแหน่งที่มีปัญหาชัดเจนตั้งแต่แรก โดยเฉพาะตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ต้องรับมือกับข้อจำกัดด้านอายุและสภาพร่างกายของลุค ชอว์ รวมถึงการขาดตัวเลือกในแดนหน้าที่สามารถทดแทนเบนยามิน เชชโก้ได้อย่างเหมาะสม

เมื่อทั้งชอว์และเชชโก้ต้องพักจากอาการบาดเจ็บ ปัญหาเหล่านี้ก็ยิ่งเห็นได้ชัด สถานการณ์นี้สะท้อนว่า การมีนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในทีมอาจยังไม่เพียงพอ หากขุมกำลังขาดความสมดุลและไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับแต่ละตำแหน่ง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้จัดการทีมก็ต้องพยายามแก้ปัญหาด้วยนักเตะที่มีอยู่ตรงหน้าไปก่อน

ปัญหาที่สี่คือ ความสัมพันธ์กับแฟนบอลที่กำลังย่ำแย่ลง ความไม่พอใจของแฟนแมนฯ ยูไนเต็ดไม่ได้เกิดจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีบริหารสโมสรในยุคของแรตคลิฟฟ์ด้วย โดยเฉพาะแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและผลประกอบการ จนแฟนบอลบางส่วนรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกลดความสำคัญลง

อีกประเด็นที่ทำให้แฟนบอลไม่พอใจ คือมาตรการปราบปรามการนำตั๋วเข้าชมไปขายต่อ ซึ่งถูกมองว่าส่งผลกระทบต่อแฟนบอลที่เข้ามาสนับสนุนทีมจริง ๆ บางส่วน จนสร้างความตึงเครียดระหว่างสโมสรมกับแฟนบอลที่ถือตั๋วปีมากขึ้น

เมื่อความไม่พอใจสะสม ประกอบกับผลงานในสนามที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง บรรยากาศในสนามก็เริ่มเต็มไปด้วยความกดดัน ตัวอย่างหนึ่งคือเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ไบรท์ตัน 2-3 ในศึกคาราบาว คัพ ซึ่งแฟนบอลแสดงความไม่พอใจต่อผู้เล่นอย่างชัดเจน

สำหรับสโมสรที่มีแฟนบอลเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์มาโดยตลอด การรักษาความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะต่อให้มีแผนธุรกิจที่รัดกุมเพียงใด หากความสัมพันธ์กับคนที่สนับสนุนทีมมาอย่างยาวนานยังคงถดถอย ความกดดันต่อผู้บริหารก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ปัญหาที่ห้าคือ อนาคตของดาวรุ่งคนสำคัญที่อาจหลุดมือ แมนฯ ยูไนเต็ดมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องการพัฒนานักเตะจากอะคาเดมี แต่ตอนนี้สโมสรกลับต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะสูญเสียหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดอย่าง เจเจ กาเบรียล

รายงานจากสื่อดังหลายที่เผยว่า กาเบรียล ดาวรุ่งมากพรสวรรค์ในวัย 16 ปี ได้แสดงความต้องการที่จะออกจากสโมสร และไม่ได้ปรากฏตัวกับทีมมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยมีเรอัล มาดริดเป็นหนึ่งในสโมสรที่ถูกมองว่ามีโอกาสคว้าตัวเขาไปร่วมทีม

แม้แมนฯ ยูไนเต็ดจะเชื่อว่าสโมสรได้พยายามทำทุกทางเพื่อรักษานักเตะรายนี้ไว้ แต่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออ้างว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเรื่องยากที่จะรั้งตัวเขาไว้ได้

หากท้ายที่สุดดาวรุ่งรายนี้ตัดสินใจย้ายออกจริง ก็จะเป็นความเสียหายทั้งในแง่การพัฒนานักเตะและภาพลักษณ์ของสโมสร เพราะแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นทีมที่ภาคภูมิใจในระบบเยาวชนและการผลักดันผู้เล่นจากอะคาเดมีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่มาโดยตลอด การปล่อยให้ดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงหลุดมือจึงเป็นอีกเรื่องที่ผู้บริหารต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

ปัญหาสุดท้ายคือ อนาคตของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดและภาระทางการเงิน หลังจากสนามเหย้าของแมนฯ ยูไนเต็ดถูกมองว่าขาดการลงทุนดูแลอย่างเพียงพอในช่วงที่ตระกูลเกลเซอร์บริหารสโมสร ปัจจุบันแรตคลิฟฟ์กำลังผลักดันแผนก่อสร้างสนามแห่งใหม่ที่มีความจุประมาณ 100,000 ที่นั่ง บนพื้นที่ใกล้กับสนามเดิม

แม้โครงการดังกล่าวจะเป็นความหวังในการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างสนามที่เหมาะสมกับสโมสรระดับโลก แต่สิ่งที่ยังเป็นคำถามสำคัญคือเงินทุนที่จะนำมาใช้ก่อสร้าง โดยมีการประเมินว่าโครงการนี้อาจต้องใช้งบประมาณระหว่าง 2,000-3,000 ล้านปอนด์

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นภาระขนาดใหญ่สำหรับสโมสรที่ยังต้องรับมือกับต้นทุนทางการเงินจากการเข้าซื้อกิจการของตระกูลเกลเซอร์เมื่อปี 2005 แฟนบอลจึงมีเหตุผลที่จะกังวลว่า หากต้องทุ่มทรัพยากรจำนวนมากไปกับสนามแห่งใหม่ งบประมาณที่เหลือสำหรับการเสริมทัพและพัฒนาทีมจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

แมนฯ ยูไนเต็ดพยายามกลับมาสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จในยุคหลังเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมาโดยตลอด แต่หากต้องแบกรับต้นทุนของโครงการสนามแห่งใหม่ไปพร้อมกัน สโมสรย่อมต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างทีมในระยะยาว

เมื่อมองทั้ง 6 ปัญหารวมกัน จะเห็นว่าเรื่องต่าง ๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ดเชื่อมโยงกันหมด หากฝ่ายบริหารยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ก็ย่อมส่งผลต่อการเสริมทัพ เมื่อนักเตะในทีมยังไม่ลงตัว ผู้จัดการทีมก็ต้องเจอกับแรงกดดันมากขึ้น และเมื่อผลงานไม่ดี แฟนบอลก็ยิ่งหมดความเชื่อมั่นในสโมสร

ดังนั้น หากแมนฯ ยูไนเต็ดอยากกลับมาลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง การเปลี่ยนผู้จัดการทีมอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด สโมสรต้องวางแผนให้ชัดเจนตั้งแต่การบริหาร การซื้อขายนักเตะ การพัฒนาดาวรุ่ง ไปจนถึงการดูแลความสัมพันธ์กับแฟนบอล เพราะการพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ