ย้อนวันวานยุคทอง “เดปอร์ติโบ อา กอรุนญ่า” เขย่าบัลลังก์ลาลีกา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนรอยยุคทองของเดปอร์ติโบ อา กอรุนญ่า ทีมที่เคยก้าวขึ้นมาท้าทายยักษ์ใหญ่ ก่อนสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลาลีกาครั้งแรกในปี 2000

ย้อนกลับไป 26 ปีก่อน เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า สร้างหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร ด้วยการคว้าแชมป์ลาลีกาครั้งแรก ท่ามกลางการขับเคี่ยวกับบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด 

ซึ่งในเวลานั้นอา กอรุนญ่า ไม่ได้มีทรัพยากรหรือฐานแฟนบอลใหญ่โตเทียบเท่าสองยักษ์ใหญ่ แต่กลับสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสเปนได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จที่น่าจดจำที่สุดของฟุตบอลยุโรป

เดปอร์ติโบ อา กอรุนญ่า Reuters/Daniele Mascolo
อา กอรุนญ่า

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 1988 เมื่อ ออกุสโต เซซาร์ เลนดอยโร่ เข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสร ตอนนั้นพวกเขากำลังเผชิญปัญหาทั้งในและนอกสนาม จนมีความเสี่ยงที่จะตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่นสาม 

แต่เลนดอยโร่กลับประกาศเป้าหมายอย่างทะเยอทะยานว่า “บาร์ซ่า มาดริด พวกเรามาแล้ว!” แม้ในเวลานั้นหลายคนจะมองว่าเป็นคำพูดที่เกินตัว แต่เขาก็เริ่มสร้างทีมเพื่อพาสโมสรขึ้นไปท้าทายทีมชั้นนำของประเทศ

การลงทุนเสริมทัพทำให้เดปอร์ติโบค่อย ๆ ยกระดับผลงานขึ้นมา แม้แนวทางบริหารของเลนดอยโร่จะถูกวิจารณ์อย่างหนักในภายหลัง โดยอาร์เซนิโอ อิเกลเซียส อดีตกุนซือของทีมเคยกล่าวว่าการบริหารในยุคดังกล่าวเกือบทำให้สโมสรล้มละลายก็ตาม

ระหว่างฤดูกาล 1992-93 ถึง 1999-2000 เดปอร์ติโบเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใช้เงินเสริมทัพมากที่สุดของสเปน ด้วยเม็ดเงินราว 141 ล้านปอนด์ เป็นรองเพียงเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า อย่างไรก็ตาม รายได้และจำนวนแฟนบอลของพวกเขายังห่างจากสองทีมยักษ์ใหญ่ โดยในปี 1993 เดปอร์ติโบมีผู้ชมเฉลี่ยราว 24,000 คนต่อเกม ขณะที่บาร์เซโลน่าอยู่ที่ 79,000 คน และเรอัล มาดริด 73,000 คน

การลงทุนเริ่มออกดอกออกผลในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมื่อเดปอร์ติโบก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ และมีดาวดังอย่าง เบเบโต้ กองหน้าชาวบราซิล เขาทำไปถึง 86 ประตูจากการลงเล่นลีก 131 นัด ระหว่างปี 1992-1996 และช่วยให้ทีมเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฤดูกาล 1993-94 คือช่วงเวลาที่แฟนบอลอา กอรุนญ่าไม่มีวันลืม พวกเขานำเป็นจ่าฝูงมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเข้าสู่เกมนัดสุดท้ายด้วยคะแนนเหนือบาร์เซโลน่า 1 แต้ม แต่กลับทำได้เพียงเสมอ บาเลนเซีย 0-0 แถมยังพลาดจุดโทษช่วงท้ายเกมจาก มิโรสลาฟ ดูคิช ขณะที่บาร์เซโลน่าเอาชนะเซบีย่า 5-2 ทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ลีกไปอย่างน่าเจ็บใจ

แม้จะพลาดแชมป์ในปีนั้น แต่ทีมยังรักษามาตรฐานได้ดี ก่อนจบฤดูกาล 1994-95 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์ และคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ มาครองได้สำเร็จ

ช่วงเวลาระหว่างปี 1996-1999 จึงเป็นช่วงสำคัญของการสร้างทีมชุดประวัติศาสตร์ เดปอร์ติโบทยอยคว้านักเตะฝีเท้าดีเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น ฟลาวิโอ คอนไซเซา, ดัลมินญ่า, มานูเอล ปาโบล, เอ็นริเก้ โรเมโร รวมถึงกองหน้าอย่าง เปาเลต้า และ ก่อนแต่งตั้ง ฆาเบียร์ อิรูเรต้า เข้ามาคุมทีมในปี 1998

อีกหนึ่งการเสริมทัพที่สำคัญคือการคว้าตัว รอย มาคาย กองหน้าชาวดัตช์จากเตเนริเฟ่ในช่วงซัมเมอร์ปี 1999 เขาเป็นกองหน้าที่มีทั้งความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศและความเร็วในการเคลื่อนที่ กลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีมชุดนี้

เดปอร์ติโบในเวลานั้นเป็นทีมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติอย่างมาก จากนักเตะทั้งหมด 26 คน มีผู้เล่นชาวสเปนน้อยกว่าครึ่งทีม ส่วนที่เหลือมาจากหลายประเทศ ทั้งบราซิล อาร์เจนตินา โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ แคเมอรูน และอีกหลายชาติ 

แต่สิ่งที่ทำให้ทีมชุดนี้โดดเด่นคือการผสมผสานระหว่างนักเตะเทคนิคสูงอย่าง ฟราน กอนซาเลซ, ดัลมินญ่า และเมาโร ซิลวา กับเกมรุกที่มีประสิทธิภาพและเกมรับที่แข็งแกร่ง

เมื่อฤดูกาล 1999-2000 เริ่มต้นขึ้น เดปอร์ติโบก็แสดงให้เห็นทันทีว่าพวกเขาพร้อมท้าทายทุกทีม เกมเปิดสนามเอาชนะอลาเบส 4-1 ทั้งที่เป็นฝ่ายตามหลัง โดยมาคายซัดแฮตทริก ก่อนที่เขาจะตอกย้ำความอันตรายด้วยการยิงทั้งสองประตูในเกมที่เดปอร์ติโบเอาชนะบาร์เซโลน่า 2-1 เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่แชมป์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะผลการแข่งขันที่ไม่สม่ำเสมอทำให้บาร์เซโลน่าและเรอัล ซาราโกซ่ายังคงไล่ตามมาติด ๆ จนต้องตัดสินกันในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล

วันที่ 19 พฤษภาคม 2000 คือวันที่ประวัติศาสตร์ของสโมสรถูกเขียนขึ้นใหม่ เดปอร์ติโบเปิดบ้านพบเอสปันญ่อล และออกนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจากประตูของ โดนาโต้ และรอย มาคาย ขณะที่บาร์เซโลน่ากำลังตามหลังเซลต้า บีโก้ 0-2 ส่วนซาราโกซ่าก็เริ่มต้นเกมได้ดีในนัดที่พบกับบาเลนเซีย

แม้จะนำอยู่ แต่ฆาเบียร์ อิรูเรต้ายังรู้ดีว่าทีมต้องรักษาสมาธิให้ได้ เพราะยังเหลือเวลาอีก 45 นาที เขาเคยกล่าวถึงความรู้สึกในวันนั้นว่า ทีมเข้าใกล้แชมป์แล้วก็จริง แต่ยังมีเวลาอีกครึ่งเกม และพวกเขาต้องการคว้าแชมป์นี้เพื่อคนที่เคยผิดหวังจากเหตุการณ์ในปี 1994

สุดท้ายเดปอร์ติโบรักษาสกอร์เอาชนะเอสปันญ่อล 2-0 ได้สำเร็จ ขณะที่บาร์เซโลน่าทำได้เพียงเสมอเซลต้า บีโก้ 2-2 และซาราโกซ่าแพ้บาเลนเซีย 1-2 ส่งผลให้เดปอร์ติโบคว้าแชมป์ลาลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้อย่างยิ่งใหญ่

อิรูเรต้ากล่าวหลังความสำเร็จว่า “เราทำภารกิจที่ทีมชุดปี 1994 เคยเริ่มต้นไว้จนสำเร็จแล้ว” เป็นการปิดฉากความผิดหวังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน และยืนยันว่าความฝันของสโมสรเล็ก ๆ จากเมืองอา กอรุนญ่าสามารถกลายเป็นความจริงได้

แชมป์ในฤดูกาล 1999-2000 ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จชั่วข้ามคืน เพราะเดปอร์ติโบยังรักษาตัวเองให้อยู่ในหัวตารางของลีกได้ตลอดช่วงเวลาหลายปีในยุคนั้น พวกเขากลายเป็นทีมที่สามารถต่อกรกับเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าได้อย่างจริงจัง ก่อนที่ช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่จะค่อย ๆ ผ่านพ้นไป

เรื่องราวของเดปอร์ติโบเลยกลายเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงยุคที่ฟุตบอลสเปนยังเปิดพื้นที่ให้สโมสรจากเมืองรองได้ฝันถึงการเป็นแชมป์ลีกสูงสุด 

และพิสูจน์ให้เห็นว่าในวันที่ทีมมีการวางรากฐานที่ดี การเสริมทัพที่เหมาะสม และนักเตะที่เล่นเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ทีมที่เคยเกือบตกชั้นก็สามารถก้าวขึ้นไปยืนเหนือยักษ์ใหญ่ของประเทศได้เช่นกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ