แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุติสถิติไร้ชัยชนะ 9 นัดติดต่อกันได้สำเร็จในเกมกลางสัปดาห์ หลังพลิกกลับมาชนะ โรม่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
แต่ความกดดันยังคงตกอยู่บนบ่าของคาร์ริคอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจาก "ปีศาจแดง" อยู่อันดับที่ 18 โซนตกชั้นในศึกพรีเมียร์ลีก และยังไม่ชนะทีมไหนในลีกเลยนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี่ จะพยายามกดดันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยชัยชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
และ เจอร์ราร์ด เกรงว่าหาก ยูไนเต็ด แพ้อาจทำให้คาร์ริคยากที่จะกลับมาคุมทีมหลังช่วงพักเบรกทีมชาติ
ตำนานลิเวอร์พูล กล่าวในรายการ TNT Sports ว่า "บางครั้ง ฟอร์มการเล่นในการเจอกับคู่แข่งบางทีมด้วยวิธีการเล่นแบบใดแบบหนึ่ง ก็สามารถทำให้บอร์ดบริหารมีความเชื่อมั่นและมีความหวังเพิ่มขึ้นมาอีกนิดได้เหมือนกัน"
"ไมเคิลกำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และคิดว่าเกมลีกนัดต่อไปสำคัญมาก ถ้าเขาคว้าชัยชนะในเกมนั้นได้ ทุกคนคงคิดว่านี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ทีมกลับคืนสู่ฟอร์มที่ดีขึ้นได้"
"แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ความพ่ายแพ้ในเกมนัดสุดท้ายก่อนที่จะพักเบรกโปรแกรมทีมชาตินั้นจะส่งผลอย่างไร ซึ่งหากทีมแพ้ในนัดนี้ ซ้ำเติมจากการที่ไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกันในลีก ผมคิดว่าสถานการณ์มันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับเขา"
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการคาดเดามากมายเกี่ยวกับผู้ที่จะมาแทนที่คาร์ริค โดยมีชื่อของ อูไน เอเมรี่, เอ็ดดี้ ฮาว และ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ที่ถูกกล่าวถึงว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณา
แต่เจอร์ราร์ดเชื่อว่า คาร์ริคไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ระบุว่า "ในช่วง 5 หรือ 6 ปีที่ผ่านมา สโมสรมีผู้จัดการทีมหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสามารถพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้เลย"
"ผมคิดว่ามูรินโญ่เข้าใกล้ที่สุดแล้ว พาทีมจบอันดับ 2 ในลีกและได้แชมป์ในยุโรปด้วย ดังนั้นตอนนี้มันจึงเป็นงานที่ยาก เพราะคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้จัดการทีมหรือโค้ชเพียงอย่างเดียว"
"กลุ่มนักเตะเหล่านี้เล่นไม่สม่ำเสมอและไม่ได้สร้างผลงานที่ดีพอให้กับสโมสร นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากระดับผู้บริหารอีกด้วย"
"ผมเคยพูดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหามากมาย ไม่ใช่แค่ปัญหาเดียว และส่วนตัวไม่คิดว่า ไมเคิล คาร์ริค คือปัญหาใหญ่ที่สุดของทีม"