นับถอยหลัง 1,435 วัน สู่โอลิมปิกเกมส์ 2020 หรือ โอลิมปิกครั้งที่ 32 ประเทศญี่ปุ่น เจ้าภาพ ไม่ปล่อยให้คนทั่วโลกมัวแต่เพลิดเพลินไปกับ มาริโอ้ ชินโสะ อาเบะ อย่างเดียว แต่ยังมีการเปิดเผยเทคโนโลยีสุดล้ำออกมาเรื่อยๆ
เริ่มจากคลิปวิดิโอสถานที่แข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนย่านธุรกิจ หรือ เฮอริเทจโซน ส่วนใหญ่จะเป็นสนามแข่งขัน 7 ชนิด โดยเฉพาะกีฬาในร่ม เช่น ยกน้ำหนัก บาสเกตบอล แบดมินตัน ขณะที่อีก 20 ชนิดกีฬาจะตั้งบริเวณอ่าวโตเกียว เช่น วอลเลย์บอลชายหาด เรือพาย โดยเกือบทุกสถานที่แข่งจะตั้งอยู่รอบหมู่บ้านนักกีฬาซึ่งตั้งที่ฮารุมิ ฟูโตะ พาร์คในรัศมี 5 ไมล์
ส่วน โลโก้ เปลี่ยนเป็นแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดความแตกต่างที่ลงตัวกันอย่างสมานฉันท์ ตัวโลโก้ที่ทำเป็นลายหมากรุกสีน้ำเงิน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าแต่ละอันขนาดไม่เท่ากัน สื่อถึงความแตกต่าง ทั้งวัฒนธรรม การสื่อสารของแต่ละประเทศ
ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ก็คงจะนึกถึงหุ่นยนต์เป็นลำดับแรก โดยเจ้าภาพจะใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกในหมู่บ้านนักกีฬา ทั้งนี้สำนักข่าว CNN เปิดเผยว่า ในหมู่บ้านนักกีฬา แถบๆ ย่านโอไดบะ นักกีฬาจะใช้ชีวิตได้แบบสบายใจ เพราะสามารถเลือกหุ่นยนต์ไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนได้ มันจะทำหน้าที่แปลภาษาและนำทางตามสถานที่แข่งขันและแหล่งท่องเที่ยวให้นักกีฬา ขณะเดียวกันญี่ปุ่นเล็งที่จะใช้หุ่นยนต์ประจำตามโรงแรมและสนามบิน เพื่อให้ผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวในช่วงโอลิมปิกเกมส์ สามารถสอบถามเส้นทางเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ นอกจากนั้นจะมีการใช้เลเซอร์ 3 มิติ ในการวิเคราะห์ผลตัดสิน เพื่อให้ผลออกมาถูกต้องที่สุด
ส่วนตัวเหรียญรางวัล สื่อของญี่ปุ่นออกมาเปิดเผยว่าจะใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือชิ้นส่วนของสมาร์ทโฟน มาทำเหรียญ เนื่องจากทุกปี ญี่ปุ่นมีชิ้นส่วนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มากกว่า 650,000 ตัน