นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการกีฬาไทยเป็นอย่างมาก ทรงรับสมาคมกีฬาสมัครเล่นไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 15 สมาคมกีฬาฯ และการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาที่สำคัญ ของประเทศไทย ทั้งกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ,ครั้งที่ 8 กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5,6,8 และ ครั้งที่ 13 ทรงรับเป็นองค์พระบรมราชูปถัมภก และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการแข่งขันทุกครั้ง ซึ่งล้วนสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬาทีมชาติไทยเป็นอย่างดี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญกับกีฬา ทรงมีรับสั่งอยู่เสมอว่า “นักกีฬาที่ดีจะต้องมีความอดทน มีวินัย มีแผนการต่างๆ และต้องปรับปรุงตัวเองอยู่สม่ำเสมอ”
ทรงเป็นแบบอย่างแก่พสกนิกร ให้หันมาสนใจการออกกำลังกาย และเข้าใจการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง จนมีพระราชดำรัสที่พระราชทาน ในขณะที่มีพระอาการประชวรในปี พ.ศ.2525 ความว่า “การออกกำลังกายนั้น ถ้าทำน้อยไปร่างกายและจิตใจก็จะเฉา ถ้าทำมากไปร่างกายและจิตใจก็จะช้ำ” ซึ่งตรงกับหลักการอันเป็นหัวใจของวิทยาศาสตร์ด้านกีฬา
เหนือสิ่งอื่นใด พระมหากรุณาธิคุณต่อวงการกีฬาไทย ในทุกๆด้าน เป็นที่ประจักษ์แก่นักกีฬาทีมชาติไทย และพสกนิกรอยู่เสมอ จนได้น้อมนำคำสอน มาดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท อยู่เสมอมา