สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากการที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างปราศรัยที่ เมืองฮันส์วิลล์ รัฐแอละบามา เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ทีมใน เอ็นเอฟแอล ควรสั่งลงโทษผู้เล่นที่คุกเข่าประท้วงระหว่างเคารพเพลงชาติสหรัฐฯ ด้วยการห้ามลงแข่ง หรือไล่ออกจากทีม โดยระบุว่า เป็นการแสดงออกถึงความไม่รักชาติ ก่อนที่จะตามมาด้วยข้อความบนทวิตเตอร์เป็นการตอกย้ำว่า ถ้านักกีฬา เอ็นเอฟแอล อยากได้ค่าเหนื่อยสูงลิ่วเหนือกว่าใคร ๆ ก็ควรจะยืนเคารพเพลงชาติด้วย ไม่เช่นนั้น ก็เชิญออกไป แล้วไปหาอย่างอื่นทำ
โดยปีที่แล้ว คอลิน แคเปอร์นิค อดีตควอเตอร์แบ็ค ทีมซานฟรานซิสโฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส ได้เริ่มคุกเข่าข้างเดียวระหว่างร้องเพลงชาติ เพื่อประท้วงการเหยียดเชื้อชาติ และการปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณของตำรวจต่อชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ก่อนที่จะมีเพื่อน เอ็นเอฟแอล อีกหลายคนทำตาม
ทั้งนี้ หลังจากที่ทรัมป์ออกมากล่าวโจมตีผู้เล่น NFL ที่แสดงออกในลักษณะดังกล่าว นายโรเจอร์ กู๊ดเดล ผู้บริหารสูงสุดของ เอ็นเอฟแอล ก็ออกแถลงการณ์ในวันต่อมาว่า เอ็นเอฟแอล และผู้เล่นทำดีที่สุดแล้วที่จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในประเทศของเรา คำพูดที่สร้างความแตกแยกของประธานาธิบดีเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงการไม่ให้ความเคารพต่อ เอ็นเอฟแอล อย่างน่าเสียดาย นอกจากกู๊ดเดลแล้ว เจ้าของทีม เอ็นเอฟแอล หลายคน แม้แต่คนที่เคยบริจาคเงินเป็นล้านดอลลาร์สนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ อย่างโรเบิร์ต คราฟต์ เจ้าของทีมนิว อิงแลนด์แพทริออตส์ ก็ยังออกมากล่าวว่า รู้สึกผิดหวังมาก ๆ
แต่ที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือปฏิกิริยาจากผู้เล่น เอ็นเอฟแอล ในการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยผู้เล่นกว่า 20 คน ของ ทีมบัลติมอร์ เรเว่น และแจ็คสันวิลล์ ได้พร้อมใจกันคล้องแขนและคุกเข่าระหว่างเคารพเพลงชาติก่อนเกมการแข่งขันที่ สนามกีฬาเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน เพื่อเป็นการประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นเดียวกับแมตช์อื่น ๆ ในสหรัฐฯ ที่ผู้เล่นก็ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยกันคุกเข่า ขณะที่บางทีมเลือกที่จะไม่ออกมาจากล็อกเกอร์รูม
หลังจากนั้น ทรัมป์ก็ออกมาทวีตข้อความโต้ตอบ ระบุว่า เอ็นเอฟแอล กำลังให้ท้ายผู้เล่นที่ไม่เคารพประเทศชาติ หรือทำนองขู่ว่าถ้าแฟน ๆ บอยคอตต์เพราะเรื่องนี้ ก็จะเห็นผลกระทบรวดเร็วแน่นอน รวมถึงโจมตีเรื่องเรตติ้งและจำนวนผู้ชมที่ลดลงต่อเนื่องว่า นอกจากเกมจะน่าเบื่อขึ้น แฟนอเมริกันฟุตบอลหลายคนเลิกดูเพราะว่าพวกเขาเป็นคนรักชาติ ซึ่งไม่ว่าคำพูดของทรัมป์จะส่งผลอย่างไร เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังยืนยันว่า ทรัมป์ ยังคงเป็นผู้ที่สามารถจุดกระแสโต้แย้งได้ทุกเมื่อ โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง และบีบให้คนอื่นต้องออกมาตอบโต้