กองทัพสหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านแล้วเมื่อเวลา 3 ทุ่มวานนี้ (13 เม.ย.) ตามเวลาไทย หลังจากที่การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาล้มเหลว โดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศกร้าว ว่า จะจมเรือเร็วจู่โจมของอิหร่านที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อม
ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social ว่า “กองทัพเรืออิหร่านลงไปอยู่ก้นทะเล และถูกทำลายหมดสิ้นแล้ว 158 ลำ สิ่งที่เรายังไม่ได้ทำลายคือเรือเร็วจู่โจมที่มีจำนวนไม่มากนัก เพราะเราไม่ได้มองว่าเป็นภัยคุกคามเท่าไร
แต่ถ้าเรือเหล่านี้เข้ามาใกล้พื้นที่ปิดล้อม พวกมันจะถูกกำจัดทันที โดยใช้ระบบสังหารแบบเดียวกับที่เราใช้จัดการกับขบวนการค้ายาเสพติดทางทะเล ซึ่งรวดเร็วและรุนแรง โดย ยาเสพติด 98.2% ที่เข้าสู่สหรัฐฯ ทางทะเล ได้ถูกหยุดไว้แล้ว!”
"ปากีสถาน" เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสอง
สำนักข่าวอาหรับ นิวส์ รายงานว่า ปากีสถานเสนอจัดการเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศ ภายในไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลง
เจ้าหน้าที่ปากีสถานเปิดเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความต้องการของทั้งสองฝ่าย หากมีการเสนอเปลี่ยนสถานที่จัดการเจรจา
แม้การเจรจารอบแรกจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่การเจรจารอบสองที่อาจเกิดขึ้นถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการทูตที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาที่ผ่านมามีความคืบหน้าบางส่วน โดยเฉพาะในประเด็นที่สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ และมีกลไกป้องกันการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอนาคต
แวนซ์ ระบุว่า ฝ่ายอิหร่านเริ่มเบนเข็มมาในทิศทางของสหรัฐฯ แต่ยังไม่สามารถตกลงได้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากผู้มีอำนาจในกรุงเตหะราน
เขายังกล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมให้ความร่วมมือ หากอิหร่านปรับตัวเป็นประเทศปกติที่มีระบบเศรษฐกิจตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดการเจรจารอบใหม่ โดย แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้กำหนดเส้นแดงไว้อย่างชัดเจน และแรงกดดันต่ออิหร่านจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการปิดล้อมทางทะเล
แหล่งข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาการเจรจาแบบพบหน้ากันอีกครั้ง เพื่อหาทางยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ โดยรายงานระบุว่า นอกจากที่อิสลามาบัดแล้ว ยังมีกรุงเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก และแม้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องสถานที่และเวลา แต่มีความเป็นไปได้ว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ฝ่ายอิหร่านได้ติดต่อเข้ามา และต้องการทำข้อตกลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความพยายามทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ
"นาโต" ปฏิเสธร่วมแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซกับสหรัฐฯ
ชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) หลายประเทศประกาศไม่เข้าร่วมแผนของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าจะพิจารณาเข้ามามีบทบาทหลังสถานการณ์สู้รบยุติลงเท่านั้น
ท่าทีดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มความตึงเครียดภายในกลุ่มพันธมิตร หลังทรัมป์ประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ จะสกัดและทำลายเรืออิหร่านที่เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อม ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ภายหลังการเจรจาช่วงสุดสัปดาห์ไม่สามารถยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกว่า 6 สัปดาห์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับประเทศอื่นเพื่อสกัดเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ต่อมากองทัพสหรัฐฯ ชี้แจงว่า มาตรการปิดล้อมจะมุ่งเป้าเฉพาะเรือที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านเท่านั้น
ทรัมป์ ยังระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านจำกัดการใช้ช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือส่วนใหญ่ ยกเว้นเรือของสหรัฐฯ และมีความพยายามในการควบคุมช่องแคบแบบถาวร รวมถึงอาจเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้เส้นทางนี้
อย่างไรก็ตาม พันธมิตรนาโต เช่น สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ระบุชัดว่า จะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อม แต่กำลังผลักดันแนวทางเปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของโลก
การปฏิเสธเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนความเห็นต่างกับโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่ถอนตัวจากนาโต และกำลังพิจารณาลดกำลังทหารสหรัฐฯ ในยุโรป หลังหลายประเทศไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าในการปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
"ทรัมป์" ไม่ขอโทษ "โป๊ปเลโอที่ 14" เหตุต่อต้านสิ่งที่ตนทำกับอิหร่าน
จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างรุนแรง หลังโป๊ปแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ล่าสุด ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ขอโทษโป๊ป พร้อมลบภาพบน Truth Social ที่ถูกวิจารณ์ว่าพยายามเปรียบตนเป็นพระเยซู
โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะไม่ขอโทษโป๊ปเลโอ โดยให้เหตุผลว่าประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
"ไม่ครับ ผมจะไม่ขอโทษ เพราะโป๊ปเลโอพูดในสิ่งที่ผิด ท่านต่อต้านสิ่งที่ผมกำลังทำกับอิหร่านอย่างมาก แต่เราจะปล่อยให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ไม่ได้ โป๊ปเลโอคงจะไม่ยินดีกับผลลัพธ์สุดท้ายหรอก เพราะอาจจะมีคนตายเป็นร้อยล้านคน ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด ดังนั้นผมขอโทษไม่ได้ ผมคิดว่าท่านอ่อนแอเกินไปในเรื่องอาชญากรรมและเรื่องอื่น ๆ ด้วย ท่านออกมาพูด ผมก็แค่ตอบท่าน" ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังชี้แจงเรื่องภาพ AI ที่เขาโพสต์ลงบน Truth Social หลังจากที่เขียนข้อความยาวเหยียดวิจารณ์โป๊ป ก่อนจะลบไป หลังจากภาพนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนของทรัมป์เอง โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
โดยภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นทรัมป์กำลังทำการรักษาผู้ป่วยบนเตียงในโรงพยาบาล ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเลียนแบบปาฏิหาริย์ของพระเยซู
โดยทรัมป์อธิบายว่าภาพนั้นถูกตีความผิดไปจากเจตนาเดิมของเขา เขาต้องการให้ภาพนั้นสื่อถึงตัวเขาในฐานะ "หมอ" ที่กำลังช่วยให้ผู้คนมีอาการดีขึ้น ไม่ได้สื่อถึงพระเยซูแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังตำหนิสื่อว่าเป็นฝ่ายสร้างกระแสบิดเบือนไปในทางนั้นเอง
อิหร่านเดือดหลังสหรัฐฯ ปิดล้อมฮอร์มุซ ลั่นอยู่ในสภาวะพร้อมรบสูงสุด
ด้าน นายอิสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ได้วิพากษ์วิจารณ์การปิดล้อมของสหรัฐฯ โดยตั้งคำถามว่า สงครามผิดกฎหมายที่สหรัฐฯ ก่อขึ้นเองจะชนะได้ด้วยการแก้แค้นตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ มันคุ้มแล้วเหรอกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะที่สำนักข่าว Press TV ของอิหร่านรายงานว่า พลเอกจัตวามาจิด บิน เรซา รักษาการรัฐมนตรีกลางโหมอิหร่าน ระบุว่า กองทัพอิหร่านขณะนี้อยู่ในภาวะเตรียมพร้อมรบสูงสุด และเตือนว่าการรุกรานใดๆ ต่ออิหร่านจะได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาด
เช่นเดียวกับ นายอาลาเอดิน โบรูเจอร์ดี สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของอิหร่าน เตือนสหรัฐฯ ว่า เรือทุกลำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่พยายามจะปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านจะถูกส่งลงไปนอนก้นทะเล พร้อมอ้างว่าสหรัฐฯ ไม่มีความสามารถที่แท้จริงในการทำตามคำขู่ อีกทั้งสมาชิกนาโตรายอื่นๆ ก็จะไม่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว
"ทรัมป์" อยากทำข้อตกลง แต่ไม่ยอมรับอิหร่านครอบครองนิวเคลียร์
สำนักข่าว CNN รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีการติดต่อกันอยู่ โดยทีมงานของทรัมป์กำลังหารือกันภายในถึงรายละเอียดสำหรับความเป็นไปได้ในการเจรจาแบบเจอตัวเป็นครั้งที่สอง ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า หากมีโอกาส
ล่าสุด ทรัมป์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อถูกถามถึงโอกาสในการเจรจาครั้งต่อไป โดยเขายืนยันว่าต้องการทำข้อตกลงมากๆ แต่เขาก็จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
"และผมบอกคุณได้เลยว่าเราได้รับการติดต่อมาจากอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาอยากทำข้อตกลงจะแย่แล้ว แต่ถ้าพวกเขาไม่ตกลง ก็ไม่มีดีล และจะไม่มีวันมีข้อตกลงเกิดขึ้น อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์" เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมาข่มขู่หรือกรรโชกโลกได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ พวกเขากำลังข่มขู่คนทั้งโลก และเราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด"
ฮิซบอลเลาะห์ ร้องรัฐบาลเลบานอนปฏิเสธร่วมเจรจาอิสราเอล
ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่งเลบานอน นายนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนปฏิเสธการเข้าร่วมเจรจากับอิสราเอลที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ (14 เม.ย.) โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ "ไร้ประโยชน์"
คณะผู้แทนจากเลบานอนและอิสราเอลมีกำหนดจะเข้าร่วมการเจรจาที่กรุงวอชิงตันในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
นายโจเซฟ อาอูน ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวว่าเขาหวังว่าการหารือจะนำไปสู่การหยุดยิง พร้อมย้ำว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเลบานอนแต่เพียงผู้เดียว และไม่ใช่หน้าที่ของกลุ่มการเมืองอื่นใด ซึ่งถือเป็นการพาดพิงถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โดยนัย
ปัจจุบันอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตอนใต้ของเลบานอน และยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ลึกเข้าไปในประเทศ ข้อมูลจากทางการเลบานอนระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 6,500 ราย