กีฬาชักกะเย่อในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ มีชิงชัยทั้งสิ้น 4 เหรียญทอง ในประเภททีม 4 คนและ 8 คน ทั้งชายและหญิง ซึ่งเมื่อมาได้เห็นด้วยตาตัวเอง ภาพการดึงชักกะเย่อในกีฬาสี กับการแข่งขันในระดับสากลแบบนี้ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะนี่คือกีฬาที่ไม่ใช่การใช้แค่พละกำลังมาปะทะกันเท่านั้น เพราะกติกาถูกจำกัดด้วยน้ำหนักรวมที่เท่ากันทั้ง 2 ทีม ทำให้แต่ละทีมต้องใช้กลยุทธ์ทั้งบู๊และบุ๋นเข้าต่อสู้กัน
แต่แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ช่วยแล้ว นักกีฬาแต่ละคนก็ยังมีบาดแผลที่ฝากเอาไว้อย่างที่เห็น กับมือของแชมป์ชักกะเย่อทีมฉะเชิงเทรา ที่เป็นแบบนี้ ซึ่งน้องๆก็บอกว่าแรกๆก็เจ็บแต่ตอนนี้ชินแล้ว แถมยังช่วยเสริมถึงเทคนิคและวิธีการที่พาทีมสู่ชัยชนะหลายสมัยติดต่อกันแบบไร้คู่ต่อกร
ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมฉะเชิงเทรา คือโค้ชอู๊ด ที่พร้อมถ่ายทอดวิชาให้กับทุกจังหวัดที่สนใจ เทคนิคการรุกรับและการใช้กำลังที่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่า การทำให้กีฬาชักกะเย่อเป็นที่นิยมและมีทีมแข่งสูสีกันเยอะๆ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยผลงานลูกศิษย์ของโค้ชอู๊ดที่ปลุกปั้นจนเด็กๆเป็นตัวแทนทีมชาติไทย คว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์โลก รุ่นจูเนียร์ เมื่อ 2 ปีก่อน รวมทั้งล่าสุดก็เพิ่งได้ที่ 3 อีกครั้งในรายการชิงแชมป์โลกรุ่นยู 23 ซึ่งโค้ชอู๊ดก็ตั้งเป้าหมายระยะสั้นให้ กีฬาชักกะเย่อถูกบรรจุแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ให้ได้ เพื่อให้กีฬาแพร่หลายและได้รับความนิยมมากขึ้นกว่านี้
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
ยศภาคย์ เรืองไพศาล รายงาน