เที่ยวไทยโลว์คาร์บอน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ในมุมมองที่ต่างจากเดิม
หากพูดถึงสมุยหลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นชื่อกันอยู่แล้วว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม และวันนี้ แพร พิมลดา จะพาคุณเดินทางไปท่องเที่ยวสมุย ในแบบที่แตกต่างจากเดิมเพราะจะไปท่องเที่ยวสมุยแบบ โลว์คาร์บอนกัน
เที่ยวไทยโลว์คาร์บอนสัปดาห์นี้ แพรพาทุกคนมาที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนปีหนึ่งกว่า 2 ล้านคน ที่สำคัญยังมีคนท้องถิ่นทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ใส่ใจในทุกกิจกรรมที่ไม่สร้างคาร์บอนให้กับโลก
จนได้รับการเสนอจากคณะทำงานเอเปกให้พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบ “โลว์คาร์บอน โมเดล ทาวน์" ส่วนวันนี้จะมีกิจกรรมอะไรจะไปเจอใครบ้างตามแพรมาเลยค่ะ
การเดินทางมาที่เกาะสมุย จริงๆแล้วมีหลายวิธี หากใครนำรถส่วนตัวมาก็สามารถขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเรือข้ามฟากให้บริการหลายเที่ยวต่อวัน หรือใครที่ต้องการความสะดวกสบาย ที่นี่ก็มีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ บินตรง สุวรรณภูมิ – เกาะสมุย ให้เลือกวันละหลายเที่ยวบินเลย
ที่แรกแพรพาทุกคนมาคือ สวนลุงเจตน์ ที่มีป้านุ้ยกับลุงเจตน์เป็นเจ้าของ เป็นเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากๆ แต่ที่เด่นที่สุดสำหรับที่นี่ คือ การคัดแยกขยะ จนคนที่นี่ ต่างยกให้ป้านุ้ย กับลุงเจตน์ คือ มือปราบขยะแห่งเกาะสมุยเลย
นอกจากสวนของป้ากับลุงแล้ว คนที่นี่เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมจริงๆ แพรจะพาทุกคนไปอีกสถานที่หนึ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนเช่นกัน กับที่ Samui Health Shop
ที่นี่ มีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกให้เลือกมากมาย ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ครีมบำรุงต่างๆ ที่ปลอดภัย เพราะทุกอย่างที่นี่ขึ้นชื่อว่าปลอดสารพิษ และที่สำคัญแพรสามารถนำภาชนะของเราที่มีอยู่ มาเติมผลิตภัณฑ์ได้เลย ทำให้ไม่เป็นการสร้างขยะเพิ่มด้วยค่ะ
นอกจากผลิณฑ์ออร์แกนิกแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูอาหารที่ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพให้เราได้เลือกทานอีกหลายเมนู เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวเลย สำหรับคนที่รักในการดูแลสุขภาพ แพรแนะนำว่าต้องห้ามพลาดเลยค่ะ
เกาะสมุยตอบโจทย์ การเที่ยวแบบโลว์คาร์บอนมากๆ เพราะผู้คนที่นี่ล้วนช่วยกันรักษาและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรบนเกาะที่มีจำกัด และยังคงช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่กับเราอย่างยั่งยืนด้วย
อย่างที่ที่แพรอยู่ตอนนี้ ร้าน The nature Samui ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเสิร์ฟอาหารในรูปแบบของ Farm to Table จากวัตถุดิบจากท้องถิ่น สวนเกษตรอินทรีย์ของร้าน และเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าชุมชน เรียกได้ว่ากระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างทั่วถึงทีเดียว
บรรยากาศสบายๆ ใครที่สนใจอยากใช้เวลาในวันหยุดก็มาได้เลยค่ะ