เปิดประสบการณ์เดินป่าในแดนมรดกโลก กับอุทยานแห่งชาติรามคำแหง จุดหมายที่รวมทุกความงามของผืนป่าและความท้าทายไว้ในที่เดียว
ใครที่กำลังมองหาสนามท้าทายสำหรับสายเดินป่า ต้องไม่พลาด "อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย" จุดหมายที่รวมครบทั้งเส้นทางพิชิตยอดเขาหลวงสุดหิน วิวทะเลหมอกยามเช้า และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและเสียงน้ำตก เตรียมเก็บกระเป๋าให้พร้อม แล้วออกไปพิสูจน์พลังใจบนเส้นทางแห่งตำนานกัน !
5 ไฮไลต์ห้ามพลาดแห่ง “อุทยานแห่งชาติรามคำแหง”
1. พิชิตยอดเขาหลวง ภูเขาปราบเซียนแห่งภาคเหนือ
หัวใจของการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติรามคำแหง คือการพิชิต “ยอดเขาหลวง” ยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดสุโขทัย
ด้วยความสูงกว่า 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เส้นทางขึ้นเขามีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 2-5 ชั่วโมง แม้ไม่ซับซ้อนมาก แต่ก็ท้าทายทั้งกำลังขาและหัวใจ จนได้รับฉายาว่า “ภูเขาปราบเซียนแห่งภาคเหนือ” บนยอดเขาหลวงประกอบด้วย 4 ยอดสำคัญ ซึ่งแต่ละยอดก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน
2. ยอดเขานารายณ์ รอชมพระอาทิตย์ขึ้นสุดอลังการ
สำหรับสายแคมป์ที่เลือกค้างคืนบนยอดเขา เช้าวันใหม่คือช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุด เพราะที่ ยอดเขาผานารายณ์ จะได้ชมพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้าเหนือทะเลหมอก พร้อมไอหมอกบาง ๆ ลอยผ่านหน้าผาหินแหลมที่ยื่นออกไปเหมือน “เรือใบหิน” ขนาดใหญ่ มุมไอคอนิกที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
3. ยอดเขาพระเจดีย์ นั่งชมอาทิตย์ลับฟ้าแบบโรแมนติก
อีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ขึ้นชื่อที่สุดของเขาหลวงคือ ยอดเขาพระเจดีย์ จุดนี้มีหินก้อนใหญ่ยื่นออกไปจากริมผา มองเห็นผืนป่าสีเขียวกว้างไกลสุดสายตา และเมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตก แสงสีทองส้มจะค่อย ๆ เปลี่ยนเฉด ไล่ไปกับท้องฟ้า สะท้อนกับเงาเข้มของแนวป่า เป็นภาพสุดโรแมนติกที่ยากจะลืม
4. ยอดเขาภูกา ชมทะเลหมอก 360 องศา
ยอดเขาภูกา คือยอดที่สูงที่สุดของเขาหลวง สูงถึง 1,244 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็นได้รอบทิศ 360 องศา ไฮไลต์คือช่วง ปลายฝนถึงต้นหนาว (ต.ค.–ก.พ.) ที่หมอกจะโอบรอบตัวแบบพาโนรามา เหมือนยืนอยู่บนสวรรค์กลางหมอกหนา
5. ยอดเขาพระแม่ย่า เสพธรรมชาติกลางป่าเขา และทุ่งหญ้าอันเงียบสงบ
อีกหนึ่งมุมวิวสวยไม่แพ้กันคือ ยอดเขาพระแม่ย่า หน้าผาสูงที่โอบล้อมด้วยป่าไม้และทุ่งหญ้าสีทองผืนใหญ่ ตามตำนานเล่าว่า บริเวณนี้เคยเป็นที่ประทับของพระแม่ย่า จุดเด่นของยอดนี้คือ “แผ่นหินซ้อน” หลายชั้นที่กลายเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกแสนงดงาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบและอยากเก็บภาพธรรมชาติแบบพาโนรามาเต็มตา
ช่วงที่อากาศดีที่สุด “อุทยานแห่งชาติรามคำแหง” คือ เดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูหนาวและปลายฝน อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินป่าและกางเต็นท์ชมวิว โดยเฉพาะตอนเช้าอาจได้เห็นทะเลหมอกสวย ๆ ส่วนช่วง มีนาคม–พฤษภาคม อากาศค่อนข้างร้อน เหมาะกับคนที่อยากท้าทายตัวเอง ส่วน ฤดูฝน (มิถุนายน–กันยายน) เส้นทางจะลื่น ต้องเดินด้วยความระมัดระวังด้วย
เช็กลิสต์อุปกรณ์เด็ด! ก่อนลุยอุทยานแห่งชาติรามคำแหง
- รองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าผ้าใบเกาะพื้นดี เพราะเส้นทางค่อนข้างชันและลื่นในหน้าฝน
- น้ำดื่มหรือขวดน้ำส่วนตัว อย่างน้อย 1-2 ลิตร
- ไฟฉาย กรณีเดินเช้าตรู่หรือพลบค่ำ
- เสื้อกันฝนหรือเสื้อกันลม โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนและฤดูหนาว
- ยากันแมลงและกันทาก
- แบตเตอรี่สำรอง สำหรับชาร์จมือถือและไฟฉาย
- ถุงขยะเล็ก สำหรับเก็บขยะส่วนตัว
- อุปกรณ์ส่วนตัว เช่น ยาประจำตัว อุปกรณ์ทำแผล ไม้เท้าเดินป่า
การเดินทางสู่ยอดเขาหลวงอาจไม่ง่าย แต่ทุกก้าวที่เดินคือการค้นพบ “ตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม” เสียงลมบนยอดเขา แสงอาทิตย์แรกของวัน และหมอกขาวที่โอบล้อมผืนป่า ล้วนเป็นรางวัลของคนที่กล้าก้าวออกมา
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางของนักเดินป่าเท่านั้น แต่คือบทพิสูจน์ของหัวใจนักเดินทางตัวจริง
เดินทางสะดวกสบายสู่สุโขทัย ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม อาทิ ฟรีโหลดกระเป๋า สัมภาระ 20 กก.ต่อท่าน ห้องรับรองบูทีคเลานจ์ เสริฟอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน
สำรองที่นั่ง ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร 1771 หรือ 02-270-6699 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 08:00 - 20:00 น.) PGLiveChat : https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ www.bangkokair.com
และติดตามข่าวสาร พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair เพียงคลิกที่ https://bit.ly/addfriend_pgline