ททท. พบโรงแรม-ร้านค้ากว่า 500 แห่ง โกง "เราเที่ยวด้วยกัน”
ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี การทุจริตในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ล่าสุด วันนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ออกมาระบุว่า ตรวจสอบพบโรงแรม 312 แห่ง และร้านค้าอีกกว่า 200 แห่ง ต้องสงสัยทุจริตในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” คาดใช้เวลา 1 เดือน ในการตรวจสอบอย่างละเอียด ยืนยันจะดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา กับทุกคนที่มีเจตนาโกง
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผย ผลการตรวจสอบการทุจริตในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอุทธรณ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ ประกอบด้วยคณะทำงาน จาก ธนาคารกรุงไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง พบว่าการทุจริตแบ่งออกเป็น 6 พฤติกรรม มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ โรงแรม , ร้านค้า และผู้ใช้สิทธิ์ โดยพฤติกรรมที่พบคือ
1) เข้าพักในที่พักราคาถูก เช่น Hostel เปิดให้ลูกค้าเช็กอิน แต่ไม่ได้เข้าพักจริง แต่ได้ประโยชน์จาก E-Vouchor วันจันทร์ - พฤหัสบดี ได้เงิน 900 บาท ส่วน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ได้ 600 บาทต่อวัน นำไปใช้จ่ายที่ร้านค้า ร้านอาหาร
2) โรงแรมขึ้นราคาค่าห้อง และร่วมมือกับร้านอาหารรับคูปอง เป็นลักษณะเปิดให้มีการซื้อ-ขายสิทธิ ไม่มีการเดินทาง ไม่มีการเช็คอินจริง แต่ผู้ใช้สิทธิ เพียงส่งเลขบัตรประชาชน 4 ตัวท้าย เบอร์โทรศัพท์ รหัส OTP ให้กับโรงแรม และทางโรงแรมจะโอนเงินทอนให้กับผู้ใช้สิทธิ์ ซึ่งทางโรงแรมก็ได้ 40 % ที่รัฐบาลโอนให้ กรณีนี้มักจะเกิด กับ ผู้ใช้สิทธิ์ที่จองตรงกับโรงแรม
3)โรงแรมที่ลงทะเบียนในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แต่ไม่มีการเปิดบริการ (เนื่องจากได้รับผลกระทบโควิดจึงปิดชั่วคราว) แต่กลับขายห้อง ให้ลูกค้าใช้สิทธิทำการจองได้ แต่ไม่มีการเข้าพักจริง เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ (กรณีนี้เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างโรงแรมกับลูกค้า)
4) ผู้ใช้สิทธิ์ มีการใช้ E-Voucher จริงในร้านค้า แต่ทำยอดเบิกเกินราคา โดยร่วมกับร้านค้าเขียนบิลเพิ่มเพื่อรับเงินเต็มเพดาน ยกตัวอย่าง อาจจะทานอาหารแค่ 1,000 บาท แต่ให้ร้านค้าเขียนบิลเพิ่มเป็น 1,500 บาท เพื่อรับส่วนต่าง 40% ที่รัฐบาลจะจ่ายให้ 600 บาท
5) ผู้ใช้สิทธิ์เข้าพักจริงในโรงแรม แต่ เป็นกรุ๊ปทัวร์ โดยจะตั้งราคาให้สูงกว่าราคาจริง เพื่อรับเงินทอนโดยส่วนใหญ่ ผู้ใช้สิทธิ์จองตรงกับโรงแรม
6) มีอัตราการเข้าพักของผู้ใช้สิทธิ์ เกินกว่าจำนวนห้องพักในโรงแรม เพื่อรับส่วนต่าง เช่น มีห้องพัก100 ห้อง แต่เปิดให้เช็กอินเข้าพัก 300 ห้อง
แฉขบวนการโกง “เราเที่ยวด้วยกัน” ด้าน ททท.สั่ง ดำเนินคดี
โดยทั้ง 6 รูปแบบพฤติกรรมที่ต้องสงสัย ขณะนี้ คณะทำงานฯ กำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดถึงเจตนาในการทุจริต โดยมีโรงแรมและที่พัก 312 แห่ง และร้านค้า 200 กว่าร้าน ที่เข้าข่ายทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ คาดใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ยืนยันว่าทุกคนที่มีเจตนาในการทุจริต จะต้องรับโทษสูงสุดทั้งทางแพ่งและทางอาญา
ส่วนกรณีที่มีการเลื่อนการเพิ่มสิทธิ์ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 1 ล้านสิทธิ์ออกไปไม่มีกำหนด จากเดิมทีจะเพิ่ม 1 ล้านสิทธิ์ทะเบียนได้วันที่ 16 ธันวาคมนี้ ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งมาจากการพบพฤติกรรมการเข้าข่ายทุจริตนี้ พร้อมยอมรับว่า อาจจะมีการปรับเงื่อนไขให้กลับมาบังคับการเดินทางข้ามจังหวัดเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากเห็นสัญญาณว่า ทันทีที่ปลดล็อคเงื่อนไขภูมิลำเนา ตัวเลขการใช้สิทธิก็เพิ่มขึ้นจาก 20,000 ห้องต่อวัน เป็น 54,000 ห้องต่อวัน ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตได้ง่ายขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB