EXIM Bank ปล่อยกู้ 4 สายการบิน
มีข่าวดีสำหรับธุรกิจสายการบิน EXIM Bank เร่งช่วยธุรกิจสายการ ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 2,200 ล้านบาท กับ 4 สายการบิน และพบว่า โควิดระลอก 4 ทำให้แรงงานว่างงานสูงสูงที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด
ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวสร้างรายได้เคยเป็นสัดส่วนถึง 12% ของจีดีพีประเทศไทย ซึ่งตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 ทำให้ท่องเที่ยวถูกกระทบเป็นอย่างมาก ปัจจุบันภาครัฐบาลพยายามออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว อย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นมาแม้จะเพียง 0.1% ก็ตาม
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank บอกว่า ทางธนาคารมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากที่ต้องออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจสายการบิน
เนื่องจากเป็นธุรกิจต้นน้ำของภาคการท่องเที่ยว หากไม่มีธุรกิจการบินเป็นไปไม่ได้เลยที่ธุรกิจจะฟื้นตัวขึ้นมา ตอนนี้ได้ให้การช่วยเหลือไปแล้วด้วยวงเงินสินเชื่อ 2,200 ล้านบาท กับ 4 สายการบิน พร้อมกับการจัดหมอหนี้ดูแลให้ทุกสายการบิน รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือต่อไปได้ถึงสิ้นปี 2564
ทางด้านจ๊อบส์ ดีบี เปิดข้อมูลการประเมินแนวโน้มทิศทางตลาดแรงงานช่วงโควิดระลอก 4 เจาะลึกแนวโน้ม พบว่า อัตราการว่างงานในไตรมาส1ปี 2564 สูงสุดในประเทศไทยเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง และสูงที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด อยู่ที่ 1.96%
นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดการจ้างงานอาจจะลดลง ยาวไปจนสิ้นปี2564 โดยกลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดยังคงเป็น สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ อยู่ที่ 15.3% รองลงมาคือสายงานไอที 14.8% และทางจ๊อบส์ ดีบี มองว่าสายงานไอที เป็นสายงานเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบในโควิดระลอกนี้ และกลุ่มธุรกิจไอทีมีความต้องการแรงงานอยู่ในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่ากลุ่มธุรกิจอื่น
สำหรับช่วงนี้บริษัทส่วนใหญ่ กลับมองหาแรงงานที่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนแล้ว มากกว่าการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ เนื่องจากองค์กรต่างๆให้เหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาในการการสอนทักษะแรงงานจบใหม่ เนื่องจากต้องใช้เวลานานพอสมควรที่จะเรียนรู้ จึงทำให้บัณทิตจบใหม่มีข้อเสียเปรียบตรงนี้ แต่ขณะเดียวกันมีข้อแนะนำให้แรงงานจบใหม่ต้องพัฒนาทักษะด้านต่างๆสำหรับบทบาทงานที่ต้องแสดงให้ว่ามีความสามารถเท่ากับคนที่มีประสบการณ์แล้ว
ในขณะที่เทรนด์ค่าจ้างในช่วงนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะช่วงปี2563เทรนด์ค่าจ้างปรับตัวลดลงไปมากอยู่แล้ว เช่น หลายบริษัทปรับลดเงินเดือนลง 10-50% ,ปรับโครงสร้างองค์กร หรือให้พนักงานทำหลายหน้าที่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่าหลังการระบาดโควิดระลอก4 จะมีทิศทางแบบไหน จะรุนแรงมากขึ้น หรือดีขึ้น อาจทำให้เทรนด์ค่าจ้างมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB