หอการค้าไทย ชี้ โควิดยืดเยื้อ ฉุดเศรษฐกิจไทยทรุดหนัก ส่อติดลบ 2-4%
หอการค้าไทย เผยเศรษฐกิจไทยปี 64 เสี่ยงติดลบ 2-4% หากควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่อยู่ แนะรัฐหยิบมาตรการเยียวยาล็อกดาวน์รอบแรกกลับมาใช้
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2564 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า ภาพรวมจากผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคม 2564 พบดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการ โดยเฉพาะผลโดยรวมอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 10 เดือน อยู่ในระดับที่ 40.9 จากเดือนก่อนหน้า ที่ 43.1 เนื่องจากประชาชนมีความกังวลในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 4 และมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
ประกอบกับความกังวลในสถานการณ์ทางการเมือง ตลอดการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ล่าช้า ส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงและขาดแรงกระตุ้นในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า จากการประเมินความเสียหายช่วงล็อกดาวน์ สูงถึง 300,000 ล้านบาทต่อเดือน เพราะการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลงอย่างมาก ฉุดให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจจะไม่เติบโตเลย และมีโอกาสติดลบถึง 2 % และหากรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ประกาศล็อกดาวน์ต่ออีก 1 เดือน อาจทำให้เศรษฐกิจติดลบมากขึ้น เป็น 2-4%
“หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะติดลบมากกว่า 2% หรือไม่ ตนคาดการณ์ว่ารัฐอาจจะกลับมาผ่อนคลายมาตรการในช่วง 1 กันยายนนี้ และหากสถานการณ์กลับมาดีขึ้น ประกอบกับรัฐบาลมีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกลับเข้ามา 500,000 ล้านบาท ถึง 1ล้านล้านบาท อาจทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นบวกได้ ประมาณ 1-2% แต่ต้องจับตาดูต่อว่าหากรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ และล็อกดาวน์ต่ออีก 1 เดือน อาจทำให้เศรษฐกิจติดลบมากขึ้นเป็น -2 ถึง -4%” นายธนวรรธน์ กล่าว
สำหรับข้อเสนอแนะของภาคเอกชนต่อรัฐบาล นายธนวรรธ์ กล่าวต่อว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจได้แพร่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น รัฐบาลอาจนำมาตรการเยียวยาในการล็อกดาวน์รอบแรกปี2563 เช่น เราไม่ทิ้งกัน รูปแบบเงินโอนเข้าบัญชี มาตรการนี้ก็นำมาเคาะใหม่ และกลับมาใช้อีกรอบ หรือใช้ช่องทาง อัดฉีดวงเงินมาตรการคนละครึ่งเพิ่มเติมอีกในเดือนกันยายน เพื่อให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และเศรษฐกิจจะมีการหมุนเวียน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้ปรับลดการเติบโตจีดีพีของไทยปีนี้ลง เป็น -1.5 ถึง 0% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเข้าขั้นวิกฤติและถลำลึกกว่าที่คาดไว้และเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ขณะที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับจีดีพีปีนี้ลงเช่นกัน เหลือโต 0.7%
ตรวจสอบสิทธิเยียวยา มาตรา 33 งวดแรกเข้าพร้อมเพย์ เปิดสาเหตุเงินไม่เข้า 'แรงงาน' เช็กกลุ่มตกหล่น
รู้จัก "โควิด-19 สายพันธุ์เอปซิลอน” ระบาดในปากีสถาน หวั่นลามมาไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB