ดันแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำแร่ร้อนมีแค่ 3 แห่งในโลก
เดินหน้าพัฒนาแหล่ง “น้ำแร่โคลน” เมืองแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมยกระดับเป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวแบบ Wellness Hub
จ.แม่ฮ่องสอนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำแร่โคลนที่มีคุณสมบัติเป็นโคลนบำบัด พบเพียง 3 แห่งในโลก โดยจะมีการผนึกกำลังกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ยกระดับจ.แม่ฮ่องสอนให้เป็นเมืองต้นแบบของการท่องเที่ยวเป็นเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Hub ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้สามารถให้บริการในฐานะ "เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ เมืองสุขภาพชั้นนำ"
จังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถนำจุดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติด้านน้ำพุร้อนมาผสมผสาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบวงจรได้ โดยแหล่งน้ำแร่ภูโคลน เป็นแหล่งน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่มาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน ที่ผ่านการวิจัยแล้วว่ามีคุณสมบัติเป็นโคลนบำบัด มีแร่ธาตุทัดเทียมกับแหล่งน้ำแร่โคลนชั้นนำของต่างประเทศ ซึ่งพบได้เพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น ได้แก่ ทะเลสาบ DEAD SEA ในประเทศอิสราเอลและจอร์แดน กับ แหล่งโคลนจากลาวาภูเขาไฟหรือโคลนจากภูเขาไฟในประเทศโรมาเนีย
นอกจากนี้ยังมีโป่งเดือดแม่สะงา หรือ ภูโคลน จ.แม่ฮ่องสอน และยังมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ น้ำพุร้อนผาบ่อง น้ำพุร้อนท่าปาย น้ำพุร้อนธรรมชาติป่าอนุรักษ์ไทรงาม น้ำพุร้อนเมืองแปง น้ำพุร้อนหนองแห้ง และ น้ำพุร้อนแม่อุมลอง และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากแหล่งน้ำพุร้อนไปยังชุมชน เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในรีสอร์ท รวมทั้งเปิดให้บุคคลภายนอกซื้อบัตรใช้บริการ นวดเท้า นวดไทย นวดน้ำมัน และนวดขัดผิว เช่น ที่บ้านรักไทย และภูโคลน
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า จะต้องมีการผลักดันให้แรงงานในชุมชนมีทักษะบริการเพื่อให้มีการจ้างงานในชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้ต่อเนื่องกับห่วงโซ่ของ Wellness การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในชุมชน และพัฒนาทักษะผู้ประกอบการให้สูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีกิจกรรมการดำเนินงานที่ชัดเจนมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิด
ล่าสุดสนค. ได้ดำเนินการศึกษาและจัดระดมความคิดเห็นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อพัฒนาแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวและต้นแบบบริการ โดยใช้จุดแข็งของ “น้ำแร่ร้อน” เป็นจุดขาย โดยจัดตั้ง “คณะทำงานเพื่อพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพและเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับห่วงโซ่บริการยุคใหม่ Wellness Hub จังหวัดแม่ฮ่องสอน” มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธาน และ มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาควิชาการ ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อบูรณาการและประสานการขับเคลื่อน Wellness Cluster ของจังหวัด โดยจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะ ประสานจัดทำความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ และผู้สนใจร่วมลงทุน ผลักดันการจัดงานแสดงบริการและสินค้าด้าน Wellness และประสานงานเพื่อยกระดับการพัฒนา Wellness Cluster ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยแนวทางการดำเนินการ จะชูจุดแข็งของจังหวัดด้วย Health and Eco Tourism Hot Spring หรือ บริการดูแลรักษาสุขภาพด้วยน้ำแร่ร้อน ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะยกระดับให้ “แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมืองสุขภาพชั้นนำของภาคเหนือตอนบน ภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น”
โดยได้กำหนดร่างกลยุทธ์การพัฒนาการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับห่วงโซ่บริการดูแลรักษาสุขภาพและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใน 4 ด้าน คือ การยกระดับการให้บริการดูแลรักษาสุขภาพและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง การยกระดับความสามารถด้านการตลาดและการค้า การยกระดับทักษะทรัพยากรมนุษย์ให้ได้ตามมาตรฐานผีมือแรงงานและส่งเสริมการจ้างงาน และการเพิ่มความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการพัฒนา ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจดูแลรักษาสุขภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอน Mae Hong Sorn Wellness Cluster
ขอบคุณภาพจาก : FB: ภูโคลน แหล่งโคลนสุขภาพของเมืองไทย 1ใน3ของโลก Health Mud Source of the World
แพทย์แนะคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง ปรับพฤติกรรมป้องกันโควิด ยึดหลัก 3 อ.
เผยวิธีรับมือกับ 5 โรคผิวหนังที่หลายคนต้องเจอในช่วงหน้าฝน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB