ส่องอุตสาหกรรมไหน? มีแนวโน้มขึ้นเงินเดือนมากที่สุดในปี 2566
แม้ประเทศไทยจะยังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อ แต่นายจ้างในหลายอุตสาหกรรมยังคงมีแนวโน้มที่จะขึ้นเงินเดือนในปี 2566 โดยคาดว่าจะขึ้นเฉลี่ย 4.5%
แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นและราคาพลังงานและน้ำมันที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มการขึ้นเงินเดือนในปี 2566 ยังคงมีอยู่ราว 4.5% ใกล้เคียงกับปีนี้ หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและกำลังเข้าสู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
มหาเศรษฐี 1 คน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าคนทั่วไป 1 ล้านเท่า
รายงานของ เมอเซอร์ จากการสำรวจเงินเดือน ค่าตอบแทน ประจำปี (TRS) 2022 จาก 636 องค์กรใน 15 อุตสาหกรรมในประเทศไทย ช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2565 ภายใต้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 3.8% ในปี 2566 ทำให้หลายอุตสาหกรรมเพิ่มอัตราเงินเดือนของประเทศ 4.5%
ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิกเล็กน้อย (ไม่รวมอินเดีย) สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศที่พัฒนาแล้ว ขณะที่เวียดนามอัตราการขึ้นเงินเดือนจะสูงถึง 7.1% ส่วน ญี่ปุ่น 2.2% ซึ่งต่ำที่สุดในภูมิภาคนี้
อุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นเงินเดือน
- อุตสาหกรรมเคมี เพิ่มขึ้น 4.9%
- อุตสาหกรรมไฮเทค 4.8%
- อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ 4.8%
ภาพรวมถือว่าใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 (5%)
ยกเว้นอุตสาหกรรมยานยนต์ (เพิ่มขึ้น 4.5% ) และประกันชีวิต (เพิ่มขึ้น 4%) ยังน้อยกว่าช่วงก่อนเกิดแพร่ระบาดโควิด-19
พนักงานประเทศไทยคาดหวังว่าจะมีการ “จ่ายโบนัส รายงานของ เมอเซอร์ ยังระบุด้วยว่า พนักงานในประเทศไทยคาดหวังให้มีการจ่ายโบนัส 1.3 ถึง 2.5 เดือน ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
หลายบริษัทจะยังคง “รักษาระดับการจ้างงาน”
แม้ว่าอัตราการออกจากงานโดยสมัครใจเพิ่มขึ้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในตลาดแรงงานที่จะเปิดรับมากขึ้นเช่นกัน
นายจ้างในประเทศไทยยังคงรักษาระดับการจ้างงาน มากกว่าครึ่ง (53%) ของผู้ตอบแบบสำรวจ กล่าวว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงานในปี 2566 ขณะที่ 1 ใน 5 (22%) ตั้งใจที่จะเพิ่มจำนวนคน และมีนายจ้างเพียง 4% ระบุว่า จะลดจำนวนพนักงานลง
ส่วนการออกจากงานโดยสมัครใจในปี 2565 คาดว่า จะเพิ่มเป็นระดับก่อนเกิดโรคระบาดสูงกว่า 10% เมื่อเทียบกับ 9.4% ของปีที่แล้ว ในอุตสาหกรรม เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค และวิทยาศาสตร์
นายจักชัย บุญยวัชร์ CEO ของ เมอเซอร์ ประจำประเทศไทยกล่าวว่า ในขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ เราเห็นแนวโน้มที่สูงขึ้นของการเลิกจ้างโดยสมัครใจ เนื่องจากธุรกิจต่างๆ กำลังจ้างงานและขยายกลุ่มผู้มีความสามารถเพื่อรองรับความต้องการของตลาด ทำให้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดสำหรับแรงงานที่มีทักษะ
บริษัทต่างๆ เสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นและผลประโยชน์ที่ดีกว่าเพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถ ประกอบกับพนักงานยังประสบกับความเหนื่อยหน่ายและความอ่อนล้าจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ค่าตอบแทนจะไม่ใช่คำตอบหลักเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
นายจ้างอาจต้องการเน้นที่คุณค่าของลูกจ้างมากขึ้นในด้านต่างๆ เช่น ความซื้อสัตย์ เป้าหมายที่ชัดเจน และคุณภาพชีวิตการทำงานที่ยืดหยุ่นและดีต่อสุขภาพ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB