บริหารพลาดจนเป็นหนี้ "สภาฯ"ซัดเดือด พ.ร.ก.ค้ำประกันฯกองทุนน้ำมัน
บริหารพลาดจนเป็นหนี้ "สภาฯ" ซัดเดือด พ.ร.ก.ค้ำประกันการชำระหนี้กองทุนน้ำมันฯ แต่สุดท้าย "อนุมัติ " ด้วยมติ เห็นด้วย 239 เสียง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุม ได้เข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือ พระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565
โดยมีการลงมติเพื่อขออนุมัติร่างพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 ผลปรากฏว่า เห็นด้วย 239 เสียง ไม่เห็นด้วย166 เสียง งด3 เสียง ไม่ลงมติ3 เสียง
เป็นที่สรุปว่ามีมติอนุมัติร่างพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565แต่ก่อนหน้านั้น นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวอภิปรายว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่กลับมา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับรองพ.ร.ก.ดังกล่าว แบบนี้เป็นการเบิกเงินล่วงหน้าแล้วมาขออนุมัติ
ซึ่ง พ.ร.ก.ฉบับนี้ เกิดจากความล้มเหลวของกองทุนน้ำมันในการจัดการเรื่องพลังงานของประเทศ มีตัวเลขติดลบเยอะขึ้นเรื่อยๆ
นี่ก็คือผลงานในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ของกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กองทุนติดลบเยอะ เรียกว่าหนี้สิน มากกว่าทรัพย์สิน ในฐานะประชาชน ขอตำหนิการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองทุน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ที่ร่วมกันตัดสินใจใช้เงินนี้
จึงอยากให้กระทรวงพลังงานต้องพิจารณาตัวเอง การบริหารกองทุนน้ำมันขาดทุน ถ้าเช่นนั้นจะให้ใครมา บริหารก็ขาดทุนเหมือนกัน บริหารแล้วเจ๊ง เอาหนี้มาโป๊ะ อันนี้ง่ายมาก จึงขอถามกระทรวงพลังงานและรัฐบาลว่า ไม่มีมาตรการมากกว่านี้หรือ ฉะนั้นรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงานต้องแก้ปัญหานี้อย่างถาวร อย่าแก้ปัญหาเหมือนเกษตรกรติดหนี้ ธกส. ที่ไม่มีทางที่จะหลุดหนี้
ด้านนายเกียรติ สิทธิอมร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายว่า การที่จะให้ค้ำประกันเงินกู้เมื่อมีความจำเป็นฉุกเฉิน แต่ต้องเป็นเงินที่จำเป็นฉุกเฉินจริงๆ เป็นหน้าที่ของผู้เสนอต้องพิสูจน์ว่า หนี้นี้ฉุกเฉินจำเป็นอย่างไร หนี้ที่เกิดขึ้นต้องไม่ใช่เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด พร้อมเปิดข้อมูลของกระทรวงพลังงาน และตั้งข้อสังเกตุที่มีความผิดปกติในส่วนของกำไรโรงกลั่น ค่าการตลาด ที่ตนเคยตั้งคำถามต่อรัฐบาลอยู่ตลอด
รวมถึงความผิดปกติของการส่งออก LPG แต่ไม่มีคำตอบ จึงขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคลียร์ทุกประเด็นให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าหนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดแล้วสร้างหนี้จนเกินเหตุ
ขณะที่ นายสงวน อภิปรายว่ารัฐบาลมักอ้างอิงน้ำมันตลาดโลก โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้ราคาอ้างอิงของประเทศสิงคโปร์ และบอกว่าหากโรงกลั่นในประเทศไม่ขายให้ก็ต้องไปซื้อโรงกลั่นในประเทศสิงคโปร์ และต้องเสียค่าขนส่งทางเรือ ค่าประกันภัย และค่าอื่นๆ ตนจึงมองว่าหากโรงกลั่นไทยจะขนน้ำมันไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ก็ออกเสียค่าเหล่านี้เอง ประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ออกให้
"แต่วันนี้ เป็นตลกที่ไม่ตลก คนไทยเหมือนควาย รัฐบาลซื้อในราคาโรงกลั่นสิงคโปร์ แล้วมาบวกค่าใช้จ่ายเหล่านี้กับประชาชนอีก ในประเด็นนี้ตนมองว่าตนเป็นคนไทยที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ ถ้ายังบริหารกันอยู่อย่างนี้บ้านเมืองก็จะไม่ไปไหน ในเมื่อเป็นตัวแทนเพื่อไปบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องต่อรองกับต่างชาติ ที่มาลงทุนในประเทศไม่ใช่ก้มหัวให้ แต่วันนี้รัฐบาลชุดนี้เอาแต่กู้ เอาแต่ง้อ ไม่เห็นหัวประชาชน " นายสงวน กล่าว
ด้านนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายว่า ในรายละเอียดไม่ได้ระบุว่าจะหารายได้จากที่ใดมาใช้หนี้ ตอนนี้ไม่มีธนาคารใดให้กู้เพราะสภาพคล่องของกองทุนน้ำมีปัญหาและเกิดความสุ่มเสี่ยงว่าจะใช้หนี้ไม่ได้ในอนาคต อีกทั้งยังไม่มีการชี้แจงข้อมูลภาษีสรรพสามิตที่หายไป ว่าหายไปทั้งหมดเท่าไหร่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB