ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยที่โลกกำลังเผชิญอยู่เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยที่โลกกำลังเผชิญอยู่เกิดขึ้นได้อย่างไร? วิเคราะห์ กับ “ภัทร จึงกานต์กุล” และ ยศ ตันสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์มหาภาค ที่จะมาให้ความรู้พร้อมคำแนะนำเรื่องเศรษฐกิจ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อระบบการเงินโลกอยู่ในมือของสหรัฐฯ มาโดยตลอด แต่วันนี้เมื่อขั้วอำนาจการเงินกำลังจะเปลี่ยนไป กลุ่มบริกส์ (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ สิงคโปร์) เริ่มผงาดขึ้นมาและมีอำนาจต่อรองมากขึ้นจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ต่ออนาคตการเงินโลก
เพราะฝั่งเก่าทางตะวันตกที่มุ่งใช้นโยบายการพิมพ์เงินเข้าระบบอาจไม่ใช้คำตอบอีกต่อไปเพราะถึงแม้จะอัดฉีดเงินเข้าไปแต่เศรษฐกิจกลับกำลังชะลอตัว
ขณะเดียวกัน หลายประเทศดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาลงมาหลาย 10 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศฝั่งตะวันออก เมื่อเจอกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อของสหรัฐอย่างการ "ขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ทำให้เริ่มรู้สึกว่ากำลังเผชิญกับความเสียเปรียบทางการเงินในทุกด้านจนส่งผลกระทบต่อนโยบายทางการเงิน เช่น ปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าทุบสถิติซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ความรู้สึกเสียเปรียบทางการค้าของประเทศฝั่งตะวันออก เพราะที่ผ่านมาค้าขายสินค้าให้กับประเทศตะวันตกจ่ายเงินกลับมาด้วยดอกเบี้ยต้นทุนที่พิมพ์เงินออกมาในราคาที่ถูก ซึ่ง ดอกเบี้ยนโยบายของประเทศ Emerging Market (EM) หรือระบบเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ กับฝั่งตะวันตกต่างกันมาก เท่ากับว่า ที่ผ่านมาประเทศที่ต้นทุนทางการเงินที่ถูกกับประเทศที่มีต้นทุนทางการเงินที่แพงการแข่งขันทางเศรษฐกิจจึง ไม่เกิดความเป็นธรรม
เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น “ต้นทุนทางการเงินถูกลง” ซึ่งเกิดขึ้นกับเงินดอลลาร์ที่มีอำนาจให้การกำหนดเกมราคา ขณะที่สหรัฐฯ เองเคยเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการก่อหนี้จะสร้างผลิตภาพที่มากกว่าหนี้ที่เกิดขึ้นแต่วิธีดังกล่าวเหมาะกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
แต่กลับกลายเป็นว่าหนี้เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการบริโภคซึ่งมาจากสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งหลายประเทศแบกภาระหนี้ส่วนใหญ่หนักมาก และผลิตเงินเพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุลแม้จะเก็บภาษีชดเชยก็ไม่เพียงพอเท่ากับการพิมพ์เงินในระบบมากขึ้นๆ สุดท้ายสิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นงูกินหาง
ก็แต่มีผู้ได้รับประโยชน์จากเงินเฟ้อ ได้ประโยชน์จากการเจ้าของสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ต่อเนื่องเพราะมีมูลค่าความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น แต่คนทั่วไป แรงงาน ที่ต้องทำงานแลกเงินที่เสื่อมค่าลงทุกคนจะกลายเป็นผู้แพ้ เกิดเป็นความเหลื่อมล้ำที่มีช่องว่างที่ห่างขึ้นเรื่อยๆ หรือที่เรีกยว่า ความเหลื่อมล้ำ
เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำมาก คน 1% นำเงินไปกว้านซื้อของถูกแล้วมาเทขายในวันที่ของมีราคาแพงขึ้น ให้กับคนทั่วไป ซื้อของในราคาแพง ซึ่งส่วนใหญ่ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองของจำเป็นมักมีราคาแพง และคนอย่างที่กล่าวไปคนที่จะเป็น "ผู้แพ้" คือ คนทั่วไปที่ต้องใช้แรงงานแลกเงิน หาเช้ากินค่ำ และมนุษย์เงินเดือน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB